
เงินบาทยังอ่อนค่า
โดย...ศุนย์วิจัยกสิกรไทย
โดย...ศุนย์วิจัยกสิกรไทย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดทิศทางค่าเงินบาทสัปดาห์นี้น่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.30-31.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยคงต้องจับตาการประชุมยูโรซัมมิต รวมถึงประเด็นเกี่ยวกับวิกฤตหนี้ยุโรป โดยเฉพาะความเสี่ยงในกรีซ และยังคงต้องติดตามตัวเลขสำคัญๆ ทางเศรษฐกิจของสหรัฐด้วย เช่น ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดขายบ้านใหม่บ้านมือสองของเดือน เม.ย.ด้วย
สัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทอ่อนค่ากว่า 31.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งการที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงสอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินอื่นๆ ในเอเชีย ซึ่งล้วนเผชิญแรงเทขายท่ามกลางกระแสการหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุน ซึ่งหนุนให้เงินเหรียญสหรัฐซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัยปรับตัวแข็งค่าขึ้น หลังจากที่ภาวะไม่แน่นอนทางการเมืองของกรีซ เพิ่มความเสี่ยงที่กรีซจะออกจากยูโรโซน
ขณะที่ค่าเงินยูโรร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ และต่ำสุดในรอบ 3 เดือนเมื่อเทียบกับเงินเยน โดยในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ เงินยูโรถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของกรีซในฐานะสมาชิกยูโรโซน หลังการจัดตั้งรัฐบาลผสมประสบความล้มเหลว และทำให้ต้องมีการเลือกตั้งใหม่อีกครั้งในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ อีกทั้งปัญหาดังกล่าวส่งผล ให้ธนาคารกลางยุโรปได้ยุติการปล่อยสภาพคล่องให้กับธนาคารกรีซบางแห่ง นอกจากนี้ ฟิทช์ เรทติ้งส์ ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซลงสู่ “CCC” ขณะที่ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของ 16 ธนาคารในสเปน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงให้กับวิกฤตหนี้ยุโรป ณ วันที่ 18 พ.ค. เงินยูโรอยู่ที่ 1.2691 เทียบกับ 1.2915 เหรียญสหรัฐต่อยูโร ในวันศุกร์ก่อนหน้า (11 พ.ค.) ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 79.36 เทียบกับ 79.92 เยนต่อเหรียญสหรัฐ
ขณะที่อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นยังทรงตัว อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) มีระดับหนาแน่นที่ 2.9% ไม่เปลี่ยน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคีระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน ทรงตัวที่ 3%
สำหรับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.51% ปรับลงเมื่อเทียบกับ 3.59% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับลดลงท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาคธนาคารในยุโรปและการเมืองในกรีซ รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 1.7% ในวันที่ 17 พ.ค. ขยับลงเมื่อเทียบกับ 1.83% ในสัปดาห์ก่อน จากความกังวลเกี่ยวกับปัจจัยการเมืองในยุโรป และสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ก่อนที่จะปรับขึ้นเล็กน้อยในวันอังคารจากแรงขายทำกำไร แต่อัตราผลตอบแทนปรับตัวลงอีกในวันพุธและพฤหัสบดี จากการที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) หยุดให้ความช่วยเหลือธนาคารกรีซบางแห่ง ความกังวลหลังธนาคารในยุโรปถูกปรับลดอันดับเครดิต รวมไปถึงรายงานดัชนีชี้นำเศรษฐกิจของสหรัฐที่น่าผิดหวัง
ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงในวันจันทร์ จากความชะงักงันทางการเมืองในกรีซ ซึ่งเพิ่มความวิตกเกี่ยวกับปัญหาหนี้ในยูโรโซน รวมทั้งสัญญาณที่ว่าเศรษฐกิจจีนกำลังชะลอตัว ก่อนที่ดัชนีจะฟื้นขึ้นในวันอังคาร จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ระหว่างวันที่ 1418 พ.ค. 2555 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย และบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าแรงซื้อคืนทางเทคนิคอาจมีส่วนหนุนการฟื้นตัวของดัชนีในระหว่างสัปดาห์ แต่ปัจจัยลบที่ปกคลุมอาจยังกดดันตลาดอย่างต่อเนื่อง นำโดยสถานการณ์ในยุโรปที่จะมีการประมูลพันธบัตรสเปน (22 พ.ค.) การประชุมนัดพิเศษของผู้นำสหภาพยุโรป (23 พ.ค.) และการลงมติรับร่าง Fiscal Pact ของเยอรมนี (25 พ.ค.) บริษัท หลักทรัพย์กสิกรไทย คาดว่าดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,130 และ 1,100 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,148 และ 1,194 จุด ตามลำดับ







