
รัฐงัดข้อกันเองคุมอาหารจานด่วน
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา มีมติไม่นำอาหารจานด่วน เช่น ข้าวผัดกะเพรา ข้าวไข่เจียว ฯลฯ มาเป็นสินค้าควบคุม ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ โดยในที่ประชุม กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้แสดงความเห็นว่าเป็นข้อเสนอที่ปฏิบัติไม่ได้จริง เช่น กรณีข้าวแกงร้านเจ๊ไฝราคาจานละเป็นร้อยบาท แต่ประชาชนยินดีจ่ายจะทำอย่างไร โดยที่ประชุมได้ให้กระทรวงพาณิชย์ไปทำข้อมูลรายละเอียดทั้งหมดเสนอกลับเข้าไปใหม่
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา มีมติไม่นำอาหารจานด่วน เช่น ข้าวผัดกะเพรา ข้าวไข่เจียว ฯลฯ มาเป็นสินค้าควบคุม ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ โดยในที่ประชุม กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้แสดงความเห็นว่าเป็นข้อเสนอที่ปฏิบัติไม่ได้จริง เช่น กรณีข้าวแกงร้านเจ๊ไฝราคาจานละเป็นร้อยบาท แต่ประชาชนยินดีจ่ายจะทำอย่างไร โดยที่ประชุมได้ให้กระทรวงพาณิชย์ไปทำข้อมูลรายละเอียดทั้งหมดเสนอกลับเข้าไปใหม่
ส่วนปัญหาราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ได้เชิญผู้ประกอบการสินค้ากว่า 200 รายการ มาหารือเพื่อรับทราบนโยบายในการตรึงราคาสินค้าออกไป 4 เดือน ซึ่งไม่ได้เป็นการบังคับ เพียงแต่ขอให้ชะลอการปรับราคาช่วง 4 เดือนนี้ไว้ก่อน แต่หากรายไหนแบกรับต้นทุนไม่ไหวถึงขั้นปิดกิจการ ก็ขอให้ส่งข้อมูลมาพิสูจน์ก่อน
ต่างชาติลงทุนเดือน เม.ย.หดตัว
หิรัญญา สุจินัย ที่ปรึกษาด้านการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ภาพรวมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ช่วง 4 เดือน (ม.ค.-เม.ย. 2555) มีโครงการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้น 407 โครงการ มูลค่าการลงทุน 1.55 แสนล้านบาท โดยมีโครงการเพิ่มขึ้น 21% จากปีก่อนที่มี 336 โครงการ ส่วนมูลค่าการลงทุนปรับเพิ่มขึ้น 44% จากปีก่อนที่มีการลงทุน 1.08 แสนล้านบาท โดยประมาณ 59% เป็นการขยายการลงทุนจากกิจการเดิมที่ได้ลงทุนอยู่แล้ว มีจำนวน 240 โครงการ มูลค่าลงทุนร่วม 1.13 แสนล้านบาท และโครงการลงทุนใหม่ 167 โครงการ มูลค่า 4.23 หมื่นล้านบาท
จากคำแถลงดังกล่าว โพสต์ทูเดย์ได้สอบเอกสารตัวเลขการลงทุนแยกเป็นรายเดือน พบว่าเดือน เม.ย.ปีนี้ เอฟดีไอมีการลงทุนประมาณ 95 โครงการ มูลค่า 2.1 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือน เม.ย.ปีที่ผ่านมา ลดลง 77.7% จากมูลค่า 3.7 หมื่นล้านบาท และเทียบกับเดือน มี.ค.ปีที่ผ่านมา ลดลง 143% จากมูลค่า 5.1 หมื่นล้านบาท
รัฐสั่งอุ้มแอลพีจีเอ็นจีวี 3 เดือน
อารักษ์ ชลธาร์นนท์ รมว.พลังงาน เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบาย พลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุมมีมติให้ 1.คงราคาขายปลีกก๊าซเอ็นจีวีไว้ที่ 10.50 บาทต่อกิโลกรัม ต่อไปอีก 3 เดือน หรือตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค.15 ส.ค. 2.ยกเลิกการปรับราคาก๊าซแอลพีจีภาคอุตสาหกรรมเป็นรายไตรมาส ไตรมาสละ 3 บาทต่อ กก. โดยกำหนดราคาขายปลีกก๊าซแอลพีจีภาคอุตสาหกรรมไว้ที่ 30.13 บาทต่อ กก. แต่ให้ราคาก๊าซแอลพีจีภาคอุตสาหกรรมสะท้อนตามต้นทุนโรงกลั่น ซึ่งหากราคาก๊าซแอลพีจีตลาดโลกปรับตัวลดลง ก็ให้ปรับตัวลดลงตามไปด้วย และ 3.ตรึงราคาก๊าซแอลพีจีภาคขนส่งไว้ที่ 21.13 บาทต่อ กก. ต่อไปอีก 3 เดือน
นอกจากนั้น ที่ประชุมยังได้ยกเลิกมติเดิมในการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จากเบนซินเดือนละ 1 บาทต่อลิตร และดีเซล 0.60 บาทต่อลิตร แต่ในการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ในครั้งต่อไปให้พิจารณาตามกลไกของราคาน้ำมันตลาดโลก หากราคาน้ำมันในตลาดโลกอยู่ในช่วงขาลงก็ให้เก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ เพิ่มได้ แต่หากราคาอยู่ในช่วงขาขึ้นก็สามารถปรับลดอัตราการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ได้ โดยให้อยู่บนพื้นฐานไม่กระทบประชาชน สำหรับสถานะกองทุนน้ำมันฯ ปัจจุบันติดลบ 2.2 หมื่นล้านบาท
พัฒนาสนามบินดอนเมืองลดแออัด
พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี ประธานกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้มีมติให้พัฒนาท่าอากาศยานดอนเมืองและท่าอากาศยานภูมิภาค โดยเฉพาะการย้ายสายการบินมาให้บริการที่ท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อลดความแออัดของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเต็มขีดความสามารถที่รับผู้โดยสารได้เพียงปีละ 45 ล้านคน
ทั้งนี้ เบื้องต้นจะให้สายการบินเช่าเหมาลำย้ายมาให้บริการที่ท่าอากาศยานดอนเมืองตั้งแต่เดือน ก.ค.ส.ค.นี้เป็นต้นไป ส่วนสายการบินต้นทุนต่ำแบบเที่ยวบินประจำอยู่ระหว่างการเจรจา เพราะยังติดปัญหาเรื่องการย้ายฐานการบิน ซึ่งต้องเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและอื่นๆ ทั้งนี้ในพื้นที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ทอท.จะพัฒนาให้มีร้านค้าปลอดภาษี ระบบสายพานลำเลียงกระเป๋า โดยจะมีเครื่องอำนวยความสะดวกเหมือนท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
กสทช.เคาะประมูล 3จี
พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะอนุกรรมการประมูลใบอนุญาตให้บริการ 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เปิดเผยว่า การประมูล 3จี จะเริ่มได้ในเดือน ต.ค. จะใช้รูปแบบการประมูลด้วยวิธีเพิ่มราคาทุกใบในเวลาเดียวกัน (Simultaneous Ascending Did Auction) ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่จะใช้ครั้งที่แล้ว
ทั้งนี้ กสทช.จะจำกัดสิทธิในการถือครองคลื่นความถี่ (Spectrum Cap) สูงสุดสำหรับผู้เข้าร่วมประมูลไว้ที่รายละ 20 เมกะเฮิรตซ์ หรือแต่ละรายสามารถประมูลคลื่นความถี่ได้ 4 ใบ จากทั้งหมด 9 ใบ ใบละ 9 เมกะเฮิรตซ์
ขณะที่ สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ราคาในการประมูลไม่ควรแตกต่างจากครั้งที่แล้วที่กำหนดไว้ที่ 1.25 หมื่นล้านบาท สำหรับเมกะเฮิรตซ์ หรือใบละ 4,300 ล้านบาท เนื่องจากคลื่นความถี่เป็นของประชาชน รวมถึงการที่เอกชนจะโอนลูกค้าในระบบเดิมไประบบ 3จี แทนการจ่ายค่าสัมปทานให้รัฐภายใต้การบริการเดิม ดังนั้นผู้ได้สิทธิครอบครองต้องจ่ายผลตอบแทนให้รัฐในราคาสูง
คมนาคมศึกษาขึ้นค่ารถไฟ
พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ศึกษาการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารรถไฟ เนื่องจากค่าโดยสารในปัจจุบันไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ทำให้รัฐต้องแบกภาระชดเชยรายได้ให้กับ ร.ฟ.ท. และไม่มีการปรับขึ้นมานานแล้ว ซึ่งการขึ้นราคาจะไม่ให้กระทบต่อผู้มีรายได้น้อย
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ร.ฟ.ท. ได้เคยอนุมัติปรับขึ้นราคาโครงสร้างอัตราค่าโดยสารรถไฟเพิ่มขึ้น 10% เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2553 แต่กระทรวงคมนาคมไม่อนุมัติ ซึ่งหากใช้ผลการศึกษาเดิมปรับเฉพาะค่าโดยสารชั้น 1 และชั้น 2 ตามแนวทาง ไม่กระทบต่อผู้มีรายได้น้อย จะส่งผลให้ราคาค่าโดยสารชั้น 1 ในระยะทาง 100 กิโลเมตรแรก เพิ่มขึ้น กม.ละ 1.025 บาท จากเดิม กม.ละ 93 สตางค์ ชั้น 2 จะปรับขึ้นเป็น กม.ละ 53 สตางค์ จากปัจจุบัน กม.ละ 48 สตางค์







