
แล้งจับจักจั่น-แหย่ไข่มดแดงขายรายได้งาม
ป่าสงวนแห่งชาติพาเจริญ ที่เคยเขียวชะอุ่มกลับแห้งแล้ง แมลงจักจั่นออกจากรังมาอยู่ตามต้นไม้ ชาวบ้านพลิกวิกฤตแล้งเป็นโอกาสออกจับขายสร้างรายได้งดงาม
ป่าสงวนแห่งชาติพาเจริญ ที่เคยเขียวชะอุ่มกลับแห้งแล้ง แมลงจักจั่นออกจากรังมาอยู่ตามต้นไม้ ชาวบ้านพลิกวิกฤตแล้งเป็นโอกาสออกจับขายสร้างรายได้งดงาม
บรรดาชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณป่าสงวนแห่งชาติพาเจริญ อ.บ้านตาก จ.ตาก จะออกจากบ้านตั้งแต่เช้า ช่วงที่จักจั่นออกจากรัง เครื่องมือที่ชาวบ้านเตรียมไปใช้จับจักจั่นจะมีเพียงก้านไม้ไผ่ขนาดเล็ก ชุบด้วยยางไม้ที่ปลายด้าม เพื่อใช้ตกจักจั่น ในแต่ละวัน ชาวบ้านจะจับได้วันละนับพันตัวจากนั้นจะรวบรวมไปขายให้กับพ่อค้าคนกลางมารับถึงที่ก่อนนำไปขายให้กับร้านขายแมลงอีกทอดหนึ่ง
"ปีนี้อากาศร้อนกว่าทุกปี และมีไฟป่าเกิดขึ้นเป็นบริเวณกว้าง จักจั่นทนกับสภาพอากาศร้อนไม่ไหว ต้องออกมาคลายร้อนและหาน้ำกิน มีให้จับในช่วงเดือนมี.ค. เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัด โดยจักจั่นที่จับจะนำไปขายให้กับร้านค้าจำหน่ายแมลงทอด โดยจะได้ราคา 100 ตัว/ 35-50 บาท แต่ละวันจะมีรายได้ 500-600 บาท พ่อค้ารับซื้อไม่อั้น สามารถนำไปทอดคลุกซอส มีรสชาติดีกว่านำไปทำอย่างอื่น จำหน่ายให้แก่นักนิยมเปิบแมลงทอด หนึ่งปีจะมีให้รับประทานเพียงครั้งเดียวเท่านั้น" ชาวบ้านรายหนึ่งกล่าว
ส่วนชาวบ้าน ตำบลน้ำดิบ อ.บ้านตาก ที่ประสบภัยแล้งทำการเพาะปลูกไม่ได้ ต้องออกหาของป่ามาขายเพื่อประทังชีวิต โดยเฉพาะการหาไข่มดแดง โดยช่วงเช้าๆจะเห็นชาวบ้านเข้าป่า มีไม้ไผ่เล่มยาวพร้อมถังหรือถุงผูกปลายไม้เป็นเครื่องมือ ซึ่งแต่ละวันชาวบ้านบอกว่าหาไข่มดแดงได้ประมาณ 1 กิโลกรัม
อย่างไรก็ตามกว่าจะได้ต้องถูกมดแดงกัดจนแขนบวม ซึ่งบางวันโชคร้ายหาไม่ได้เลยก็มี โดยไข่มดแดงขายได้กิโลกรัมละ 250 บาท ส่วนใหญ่จะมีแม่ค้าคนกลางซื้อไปขายต่อ ให้กับคนชื่นชอบเปิบ โดยปรุงเป็นอาหารได้หลายอย่าง อาทิ ไข่มดแดงทอดไข่ แก่งป่าไข่มดแดงเป็นต้น ซึ่งไข่มดแดงจะมีให้เก็บประมาณเดือน มี.ค.-เม.ย.ของทุกปีเท่านั้น
..การจับจักจั่น แหย่ไข่มดแดงเป็นอีกอาชีพเสริมหน้าแล้งทำให้ชาวบ้านไม่ต้องอพยพไปขายแรงงานต่างถิ่น และที่สำคัญสถาบันครอบครัวอบอุ่นอีกด้วย







