
กฟผ.เตรียมปล่อยน้ำเพิ่ม2,000ลบ.ม.แก้ภัยแล้ง
กฟผ.เตรียมปล่อยน้ำเพิ่มขึ้นอีก 2,000 ล้านลบ.ม. แก้ปัญหาภัยแล้ง หวั่นฝนไม่ตกตามฤดูกาลทำให้ช่วง พ.ค.-มิ.ย. ระบายน้ำได้เฉพาะสำหรับการอุปโภคบริโภคเท่านั้น
กฟผ.เตรียมปล่อยน้ำเพิ่มขึ้นอีก 2,000 ล้านลบ.ม. แก้ปัญหาภัยแล้ง หวั่นฝนไม่ตกตามฤดูกาลทำให้ช่วง พ.ค.-มิ.ย. ระบายน้ำได้เฉพาะสำหรับการอุปโภคบริโภคเท่านั้น
นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนมี.ค. – เม.ย. 2553 นี้ กรมชลประทานได้ประสานงานมายังกฟฝ. เพื่อวางแผนระบายน้ำในเขื่อน โดยเฉพาะในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา คือเขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนภูมิพล เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับภาวะภัยแล้งที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ โดยจะรายน้ำเพิ่มขึ้นอีก 2,000ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) จากเดิมที่มีแผนจะระบาย 6,000 ลบ.ม. ส่งผลให้จะมีการระบายทั้งสิ้นในล็อตนี้ 8,000 ลบ.ม.
"การระบายน้ำเพิ่มขึ้นอีก 2,000 ล้านลบ.ม. จะทำให้ภายในสิ้นเดือนเม.ย.นี้ เขื่อนจะมีน้ำเหลือประมาณ 1,800 ล้านลบ.ม. ซึ่งหากฝนมาไม่ปกติในช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย. 2553 เขื่อนก็จะระบายน้ำได้แค่ 600 ล้านลบ.ม. ซึ่งเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคเท่านั้น"นายสุทัศน์กล่าว
ทั้งนี้ยอมรับว่าช่วงฤดูร้อน 1-2 เดือนข้างหน้าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนทุกแห่งน้อยกว่าปีที่ผ่านมาคือมีปริมาณรวม 4.02 หมื่นล้านลบ.ม.คิดเป็น 64.57% ของความจุอ่างทั้งหมดโดยน้ำในเขื่อนภาคเหนือ(เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล) ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วงที่สุด มีปริมาณน้ำรวม 1.06 หมื่นล้านลบ.ม.หรือ 45.87% น้อยกว่าปีที่ผ่านมา 21.75%หรือ 2,963 ล้านลบ.ม.เนื่องจากปัญหาฝนทิ้งช่วง ซึ่งพบว่าขณะนี้มีพื้นที่ประสบภัยแล้งแล้ว 29 จังหวัด
อย่างไรก็ตามน้ำในเขื่อนที่ลดต่ำปีนี้ยังไม่รุนแรงเท่ากับช่วงแล้งของปี 2541 โดยขณะนี้กฟผ.ได้เตรียมพร้อมให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง โดยติดต่อได้ที่หน่วยงานกฟผ.ในพื้นที่ทั่วประเทศโดยเฉพาะเขื่อนต่างๆ ได้มีการจัดเตรียมรถบรรทุกน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภครวมกว่า 30 คัน แต่ทั้งนี้คงจะต้องขอความร่วมมือกับประชาชนทุกคนให้ใช้น้ำอย่างประหยัดเพราะฤดูฝนปีนี้อาจมีน้ำฝนไม่มากและอาจต้องเผชิญกับฤดูแล้งที่ยาวนานกว่าปกติก็ได้
นายสุทัศน์ กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มปริมาณการใช้ไฟฟ้ายังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเห็นได้จากการเกิดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) ทำลายสถิติปี 2552 ไปแล้ว 4 ครั้งภายในเดือนมี.ค.นี้ โดยเกิดขึ้นตั้งแต่ 2 มี.ค.อยู่ที่ 2.21 หมื่นเมกะวัตต์ 3 มี.ค. 2.24 หมื่นเมกะวัตต์ วันที่ 8 มี.ค. 2.25 หมื่นเมกะวัตต์ และวันที่ 9 มี.ค. 2.26 หมื่นเมกกะวัตต์ ซึ่งที่ผ่านมาการใช้ไฟพีคจะเป็นช่วงเม.ย.-พ.ค. โดยจากที่กฟผ.คาดการณ์ไว้ว่าพีคสูงสุดจะอยู่ในเดือนเม.ย. ที่ระดับ 2.36 หมื่นเมกะวัตต์ แต่กฟผ.ได้เตรียมแผนการผลิตไว้รองรับทุกด้านแล้ว
สำหรับการใช้ไฟฟ้าเดือนก.พ. มีปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม 1.23 ล้านหน่วย ปรับตัวสูงขึ้น 1,482 ล้านหน่วย หรือคิดเป็น 13.6% ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพอากาศที่เริ่มอบอ้าวเร็วกว่าปกติ ละแนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง







