
บอร์ดทีโอทีชี้รู้นานแล้ว3จีทำไม่ได้
หันรับลูกรมต.ไอซีทีอนุดิษฐ์ เป็นเน็ตเวิร์กโพรวายเดอร์
หันรับลูกรมต.ไอซีทีอนุดิษฐ์ เป็นเน็ตเวิร์กโพรวายเดอร์
ทีโอทีเปิดธุรกิจใหม่ พร้อมลุยเน็ตเวิร์ก โพรวายเดอร์ ลงทุน 2 หมื่นสถานีฐาน เปิดเอกชนร่วมทำตลาดทุกบริการ
นายพันเทพ จำรัสโรมรัน ประธานกรรมการ บริษัท ทีโอที เปิดเผยว่า คณะกรรมการหรือบอร์ดทีโอที รับทราบนโยบายของ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ที่ต้องการให้ทีโอทีมุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการโครงข่าย หรือเน็ตเวิร์ก โพรวายเดอร์ อย่างเต็มตัว เบื้องต้นทีโอทีจะลงทุนโครงข่ายจำนวน 2 หมื่นสถานีฐานให้เสร็จ ก่อนเปิดให้เอกชนมาเช่าใช้
ทั้งนี้ โครงการ 3จี เฟสแรกจำนวน 5,320 สถานี มูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาทนั้นจะเร่งดำเนินการให้เสร็จ แต่จะลดการเช่าสถานีฐาน (Co Site) จากเดิม 3,000-4,000 สถานีลง เหลือแต่ส่วนที่จำเป็นเพื่อประหยัดค่าเช่าที่ทีโอทีต้องมีจ่ายกว่า 1,000 ล้านบาทลง เพื่อนำเม็ดเงินดังกล่าวไปลงทุนส่วนที่เป็นทรัพย์สินของทีโอทีเอง
สำหรับอีก 1.5 หมื่นสถานีในเฟส 2 นั้น ได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อเจรจากับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส เพื่อนำสถานีฐาน 1.3 หมื่นแห่ง ที่ถือเป็นทรัพย์สินของทีโอทีตามสัญญาสัมปทานมาให้บริการในรูปแบบการใช้สถานีฐานร่วม (Tower Co) สำหรับการประมูลใบอนุญาตให้บริการ 3จี ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.
“บอร์ดทีโอทีทราบมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า แผนธุรกิจ 3จี เดิม ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ รมว.ไอซีที ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งทำแผนใหม่เพื่อเสนอให้ กนร. (คณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ) แต่ไม่ใช่วันที่ 18 พ.ค.นี้” นายพันเทพ กล่าว
นอกจากแผนการลงทุนโครงข่าย 2 หมื่นสถานีฐานแล้ว การเปิดกว้างให้เอกชนทำตลาดยังคงมีอยู่เช่นเดิม แต่จะเปลี่ยนจากเอ็มวีเอ็นโอ เป็นโมเดล วีเอ็นโอ (Mobile Virtual Operator) หรือการให้เอกช่วยทำตลาดในทุกธุรกิจที่ทีโอทีมีอยู่ทั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์ โทรศัพท์พื้นฐานที่ปัจจุบันมีเลขหมายเหลืออยู่ถึง 1 ล้านราย
นายพันเทพ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการจากต่างประเทศทั้งในเอเชียและยุโรป แสดงความสนใจเข้าร่วมทำตลาดให้เหลือเพียงรอความชัดเจนจากทีโอทีเท่านั้น ซึ่งทีโอทีต้องเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม แม้การเป็นเน็ตเวิร์ก โพรวายเดอร์ จะต้องดำเนินการร่วมกับ กสท โทรคมนาคม แต่ขณะนี้อยู่ในช่วงที่ทั้งทีโอที และ กสทฯ ต้องจัดการกับปัญหาภายในองค์กรให้เรียบร้อยก่อน หลังจากนั้น ความร่วมมือระหว่างสองหน่วยงานจึงจะเกิดความชัดเจนและคืบหน้าไปได้







