
หัวม้าลายปรับใช้หุ่นยนต์ผลิต
เพิ่มเครื่องจักรลดต้นทุนค่าจ้าง ยังอั้นราคาหวั่นกระทบยอดขาย
เพิ่มเครื่องจักรลดต้นทุนค่าจ้าง ยังอั้นราคาหวั่นกระทบยอดขาย
วิกฤตแรงงานขาด ค่าจ้างขึ้น หัวม้าลายหันใช้หุ่นยนต์เสริมการผลิต พร้อมเล็งขยายตลาดพม่ารับกำลังซื้อโต
นายเอกชัย ยังวาณิช รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เสถียรสเตนเลสสตีล ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องครัวตราหัวม้าลาย เปิดเผยว่า ปัจจัยเรื่องวิกฤตแรงงานขาดแคลน และต้นทุนค่าจ้างปรับขึ้นต่อเนื่อง ทำให้บริษัทต้องเปลี่ยนวิธีการผลิตใหม่ ด้วยการหันมาใช้เครื่องจักรแบบอัตโนมัติมากขึ้นเพื่อลดต้นทุนจากค่าแรงงานคน
นอกจากนี้ ยังปรับมาใช้หุ่นยนต์ในหลายขั้นตอนการผลิตแทนแรงงานคนที่ขาดแคลนด้วย โดยปัจจุบันมีหุ่นยนต์ในภาคการผลิตแล้ว 30 ตัว เตรียมนำเข้ามาอีก 12 ตัว โดยสิ้นปีนี้ตั้งเป้าจะมีหุ่นยนต์เพิ่มขึ้นเป็น 50 ตัว และจะเพิ่มเป็น 200 ตัวภายในอีก 2 ปีนับจากนี้
ทั้งนี้ การเลือกใช้หุ่นยนต์ทดแทนแรงงานคนแม้ว่าจะมีต้นทุนที่สูงถึง 1 ล้านบาทต่อตัว แต่สามารถแก้ปัญหาเรื่องแรงงานขาดแคลนได้ดี และบริษัทยังวางเป้าหมายที่จะพัฒนาระบบการผลิตด้วยหุ่นยนต์ในขั้นตอนที่ซับซ้อนเพื่อให้ครอบคลุมในทุกกระบวนการผลิตในอนาคต
สำหรับแผนการลงทุนในภาพรวมปีนี้ บริษัทเตรียมงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท ขยายกำลังการผลิตเพิ่มอีก 10% จากปัจจุบันอยู่ที่ 7,500 ตันต่อปี เพื่อรองรับความต้องการเครื่องครัวทั้งในภาคครัวเรือน ภาคอุตสาห กรรมอาหารทั้งในประเทศและต่างประเทศ
นายเอกชัย กล่าวอีกว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตเพิ่มขึ้น 5-10% จากปีที่ผ่านมามียอดขายอยู่ที่ 1,700 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากตลาดในประเทศ 70% และต่างประเทศ 30%
นอกจากนี้ ยังเตรียมงบการตลาดไว้อีกกว่า 40-50 ล้านบาท เพื่อผลักดันให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าหมาย โดยสิ่งที่ต้องจับตามองปีนี้เป็นเรื่องกำลังซื้อของผู้บริโภคว่าจะลดลงหรือไม่ จากปัจจัยเรื่องค่าครองชีพที่สูงขึ้นมาก
“ปัจจัยค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นยังเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้บริษัทตัดสินใจตรึงราคาขาย แม้ว่าต้นทุนในการผลิตต่างๆ จะทยอยปรับขึ้นแล้ว เนื่องจากกังวลว่าการปรับขึ้นราคาจะกระทบกับยอดขาย” นายเอกชัย กล่าว
ขณะที่การทำตลาดต่างประเทศ ปีนี้จะขยายตลาดในแถบอาเซียนมากขึ้น โดยเฉพาะพม่า เพราะหลังจากที่พม่าเปิดประเทศพบว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจส่งสัญญาณที่ดี และเกิดการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น รวมถึงก่อนหน้านี้แรงงานจากพม่าเข้ามาทำงานในไทยมากขึ้น ทำให้กำลังซื้อปรับตัวดีขึ้น และเกิดความต้องการซื้อสินค้าที่เป็นพรีเมียมมากขึ้นด้วย







