
ยุโรปกดหุ้นขาลง1เดือน
บลจ.ยันไม่ปรับกลยุทธ์ลงทุน CIMBชูกองใหม่รับหุ้นพักฐาน
บลจ.ยันไม่ปรับกลยุทธ์ลงทุน CIMBชูกองใหม่รับหุ้นพักฐาน
บลจ.มองกรีซฉุดหุ้นสวิงหนัก แนะกระจายความเสี่ยง CIMB ส่งกองใหม่ขาย จังหวะหุ้นพักฐาน เหมาะทยอยลงทุน
นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) บัวหลวง กล่าวว่า ในระยะสั้นตลาดหุ้นผันผวน อย่างหนักจากแรงกดดันที่ประเทศกรีซไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ซึ่งมีผลต่อความเชื่อมั่นในการแก้ปัญหาหนี้กลุ่มยุโรป ทำให้หุ้นไทยช่วง 1-2 วันปรับตัวลงแรง
“แนวทางการแก้ไขของกรีซในปัจจุบัน เชื่อว่าในระยะสั้นจะทำให้การลงทุนในหุ้นทั่วโลกผันผวน นักลงทุนระยะสั้นต้องระมัดระวัง ควรลงทุนในระยะยาวในบริษัทที่มีผลประกอบการดี เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนที่เกิดขึ้นในระยะนี้” นางวรวรรณ กล่าว
สำหรับในส่วนของการบริหารพอร์ตของผู้จัดการกองทุนนั้น มองว่า บลจ.ต่างๆ จะยังไม่มีการปรับเปลี่ยนนโยบายหรือพอร์ตลงทุน เนื่องจากสถานการณ์หนี้ในยุโรปเป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้อยู่แล้ว อีกทั้งการบริหารพอร์ตไม่ควรเปลี่ยนบ่อยจนเกินไป เพราะไม่ดีต่อผลตอบแทนการลงทุน ดังนั้นควรปรับพอร์ตการลงทุนเท่าที่จำเป็นและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงมากๆ
นายสมจินต์ ศรไพศาล ประ ธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ทหารไทย ในฐานะนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน กล่าวว่า ในช่วงที่ปัจจัยเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปยังไม่ได้แก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง นักลงทุนควรเลือกลง ทุนระยะยาว 5-7 ปี และกระจายการลงทุนในหลายประเภท เพื่อกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
นายเจษฎา สุขทิศ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล กล่าวว่า ในช่วงที่กรีซยังไม่มีการจัดตั้งรัฐบาล อาจใช้เวลาประมาณ 1 เดือน อาจเห็นหุ้นไทยและหุ้นทั่วโลกพักฐาน จึงมองเป็นจังหวะทยอยซื้อสะสม เพราะตั้งแต่ต้นปีหุ้นไทยเพิ่มขึ้น 25% การปรับฐานของหุ้นไทยจึงเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
ด้านสเปนและอิตาลีที่นักลงทุนเริ่มกังวลปัญหาเศรษฐกิจนั้น มองว่ารัฐบาลของทั้งสองประเทศน่าจะมีมาตรการอัดฉีดพยุงไม่ให้ปัญหาลุกลามไปได้
“ในระยะยาวตลาดหุ้นไทยยังแข็งแกร่ง ทั้งเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียนที่คาดว่าจะเติบโตในปีนี้ 15-20% และปีหน้า 25% ขณะที่ภูมิภาคเติบโต 10% ต้นๆ จึงประเมินหุ้นไทยจะให้ผลตอบแทนปีนี้ 15-30%” นายเจษฎา กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทได้เสนอขายกองทุนเปิดซีไอเอ็มบี พรินซิเพิล ดิวิเดนด์ อินคัม ระหว่างวันที่ 16-25 พ.ค. 2555 โดยมีเป้าหมายการลงทุนที่เน้นกลยุทธ์แบบผลตอบแทนรวมไม่อิงกับดัชนีตลาดหุ้นใดๆ โดยผู้จัดการกองทุนจะเลือกหุ้นที่มีคุณสมบัติ 2 ประการ คือ 1.มีอัตราการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอและมีแนวโน้มที่จะจ่ายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และ 2.มีอัตราการเติบโตของกำไรที่ดีและมีธรรมาภิบาล
นายเจษฎา กล่าวว่า กองทุนยังมีจุดเด่น คือ การแบ่งหน่วยลงทุนเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1.Class A คือ แบบสะสมมูลค่า นำเงินที่ได้จากปันผลจากหุ้นที่ลงทุนไปลงทุนต่อ 2.Class R จะรับซื้อหน่วยลงทุนคืนอัตโนมัติเมื่อกองทุนได้ปันผลจากหุ้นที่ลงทุน และ 3.Class D มีการจ่ายปันผลสำหรับนิติบุคคล
“กองทุนนี้ตั้งเป้าผลตอบแทนในระยะยาวไว้ 15-20% ต่อปี ขณะที่ดัชนีหุ้นให้ 12% ต่อปี” นายเจษฎา กล่าว







