
รองเท้ากีฬาย้ายฐานหนีค่าจ้าง
แบรนด์นอกแห่ซบเวียดนาม-จีน รีบอคเจาะฟิตเนสหลีกแข่งยักษ์
แบรนด์นอกแห่ซบเวียดนาม-จีน รีบอคเจาะฟิตเนสหลีกแข่งยักษ์
รองเท้ากีฬาแบรนด์ดังย้ายฐานผลิตซบจีน-เวียดนาม หนีค่าจ้างไทยพุ่ง รีบอคลั่นยึดเก้าอี้ที่ 3 ชูนวัตกรรมหาช่องว่างตลาดหลบแข่งรายใหญ่
นายวิจักษ์ สิริสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยท็อปสปอร์ต ผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์รีบอคในประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันรองเท้ากีฬาอินเตอร์แบรนด์ต่างเข้าไปจัดตั้งฐานผลิตในประเทศเวียดนามและจีน เนื่องจากค่าจ้างและต้นทุนถูกกว่าประเทศไทย
“ขณะนี้อาดิดาส ไนกี้ ใช้เวียดนามเป็นฐานผลิตแล้ว และทิมเบอร์แลนด์กำลังเข้าไปตั้งฐานผลิตในเวียดนามเช่นกัน เพราะได้รับการยกเว้นภาษี” นายวิจักษ์ กล่าว
ขณะที่ภาพรวมตลาดรองเท้าในประเทศไทยมีการแข่งขันรุนแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแข่งขันในด้านของนวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยตลาดรองเท้ากีฬาอินเตอร์แบรนด์มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท มีอาดิดาสและไนกี้ผลัดกันเป็นอันดับ 1 และ 2 ส่วนรีบอคเป็นอันดับ 3 ในตลาดตามด้วยพูม่า
สำหรับแผนงานของบริษัทในปีนี้ จะยังคงเน้นการพัฒนาสินค้าเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมทั้งการเน้นตลาดรองเท้าเพื่อการออกกำลังการหรือฟิตเนส และเป็นรองเท้าไลฟ์สไตล์ที่สามารถใส่ได้หลายโอกาส เพื่อหาช่องว่างทางการตลาดโดยไม่ต้องเข้าไปแข่งขันกับรายใหญ่ที่มุ่งแข่งขันในตลาดรองเท้ากีฬาฟุตบอลเป็นหลัก
บริษัทตั้งเป้าหมายครองความเป็นผู้นำตลาดอันดับ 3 อย่างเหนียวแน่น เพราะยอมรับว่ายากที่จะเข้าไปแข่งขันกับรายใหญ่อย่างอาดิดาสและไนกี้ โดยตั้งเป้าเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักต่อเนื่องทุกปี
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะเน้นการขยายช็อปจำหน่ายผลิตภัณฑ์รีบอคต่อเนื่อง จากปีก่อนมีเพียง 1 สาขาที่ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ โดยในครึ่งปีแรกที่ผ่านมาได้ขยายสาขาเพิ่มอีก 2 สาขา ที่พัทยาและเมกา บางนา และในครึ่งปีหลังเตรียมเปิดเพิ่มอีก 2 สาขา คาดลงทุนสาขาละ 4-5 ล้านบาท รวมทั้งมีแผนขยายสาขาเพิ่มปีละ 5 สาขานับจากนี้
ขณะเดียวกันในปีนี้ บริษัทจะพัฒนารองเท้าใหม่ออกสู่ตลาดอย่างน้อยไตรมาสละ 1 รุ่น โดยปีนี้จะชูเทคโนโลยีเฟล็กซ์เป็นหลัก และล่าสุดได้เปิดตัวรองเท้ากีฬา “รีบอค เรียลเฟล็กซ์” เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า พร้อมทั้งใช้งบประมาณ 8% ของยอดขายทำกิจกรรมการตลาดต่อเนื่องทั้งปี
นายวิจักษ์ กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์รีบอคไม่มีการทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2549 เนื่องจากไม่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาดปรับตัวลดลงไปบ้าง แต่หลังจากแนวโน้มของตลาดรองเท้ากีฬาได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะสื่อโทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิลทีวีเข้าถึงผู้บริโภคคนไทยมากขึ้น ทำให้บริษัททดลองผลิตสินค้าเทคโนโลยีใหม่เข้ามาทำตลาด ในช่วงปี 2553 ที่ผ่านมา และได้ผลตอบรับที่ดี







