
ขายหุ้น-ทองรอซื้อต่ำ
หุ้นทองคำยังลงได้ต่อ รอผลเลือกตั้งกรีซ 17 มิ.ย. แนะกลยุทธ์ขายออกไปก่อน รอจังหวะช้อนกลับในราคาต่ำ
หุ้นทองคำยังลงได้ต่อ รอผลเลือกตั้งกรีซ 17 มิ.ย. แนะกลยุทธ์ขายออกไปก่อน รอจังหวะช้อนกลับในราคาต่ำ
ตลาดหุ้นไทยทรุดลงแรงกว่า 32.71 จุด อยู่ที่ 1,151 จุด ระหว่างวันก่อนดีดกลับมาปิดที่ระดับสูงสุดของวัน ที่ 1,171.23 จุด ติดลบ 13.32 จุด หรือ 1.12% นับว่าดีกว่าตลาดเอเชียหลายแห่ง โดยเฉพาะตลาดฮ่องกงและเกาหลีใต้ดิ่งลงไปแรงกว่า 3%
นายสุกิจ อุดมศิริกุล ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า หุ้นยังไม่มีข่าวดีให้ซื้อ มีแต่แรงขายลดความเสี่ยงจากปัญหาการเลือกตั้งกรีซที่จะเกิดขึ้นในสามสัปดาห์ข้างหน้า
สำหรับนักลงทุนที่มีพอร์ตขนาดใหญ่ ขณะนี้สามารถทยอยซื้อได้ เพราะเชื่อว่าดัชนีจะไม่หลุดจาก 1,150 จุด แต่นักลงทุนที่พอร์ตไม่ใหญ่ควรรอให้ตลาดนิ่ง
“หุ้นที่น่าซื้อควรจะเป็นหุ้นที่ได้ดีจากการบริโภคในประเทศ ทั้งสื่อสาร อาหาร ค้าปลีก และโรงพยาบาล รวมถึงหุ้นปันผล” นายสุกิจ กล่าว
นางภรณี ทองเย็น ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นมีโอกาสเด้งขึ้นบ้าง เพราะเชื่อว่าผู้นำของเยอรมนีและสเปนต้องช่วยแก้ปัญหายุโรป ดังนั้นนักลงทุนควรรอจังหวะทยอยซื้อหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ที่ราคาปรับตัวลงไปมาก เช่น บ้านปู (BANPU) บริษัท ปตท. (PTT)
อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้ซื้อหุ้นกลุ่มค้าปลีก โรงพยาบาล และธนาคารพาณิชย์ เพราะราคาหุ้นแพงแล้ว
ด้านนักวิเคราะห์ บล.ธนชาต กล่าวว่า ดัชนีหุ้นมีโอกาสหลุดต่ำกว่า 1,160 จุด ดังนั้นนักลงทุนที่ถือหุ้นอยู่ ควรลดความเสี่ยงออกก่อน และรอดูจังหวะซื้อกลับเมื่อดัชนีทำจุดต่ำสุดใหม่มีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,125 และ 1,100 จุด
ราคาทองก็ปรับตัวลงแรงไม่น้อยไปกว่าตลาดหุ้น จนราคาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 1,550 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก วิเคราะห์ว่า ให้ดูแนวรับสำคัญที่ 1,515-1,520 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งเป็นประมาณจุดต่ำสุดเมื่อปี 2554 ที่บริเวณ 1,522 เหรียญสหรัฐ หากหลุดไปจากนี้มีสิทธิหลุดจาก 1,500 เหรียญสหรัฐ
นอกจากนั้น ยังลดเป้าหมายราคาทองคำในปีนี้ลงจาก 1,920 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ เหลือ1,720 เหรียญสหรัฐ กรณีสหรัฐไม่ออกมาตรการเชิงปริมาณรอบที่สาม
“ปัญหายุโรปตอนนี้ดูแย่กว่าที่คาดการณ์ จึงกดค่าเงินยูโรให้ลดลงมาก ทำให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งขึ้นโดยอัตโนมัติ จึงส่งผลร้ายต่อทองคำ”
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ นพ.กฤชรัตน์ แนะนำให้นักลงทุนชอร์ตหรือขายโกลด์ฟิวเจอร์ส เช่นเดียวกับนักลงทุนในทองแท่ง ให้ขายออกไปก่อนและกลับเข้ามาซื้อใหม่เมื่อราคาอ่อนตัวลงกว่านี้
ด้าน บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า ดัชนีของ MSCI ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 พ.ค. น้ำหนักของตลาดหุ้นไทยได้ถูกปรับเพิ่มขึ้น 0.03% เป็น 2.22% และได้นำหุ้นบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) เข้าไปคำนวณในดัชนีด้วย จากเดิมมีเฉพาะกระดานต่างประเทศ (SCC-F ) และหุ้นบริษัท บ้านปู (BANPU) ถูกลดน้ำหนักลง
ทางด้านหุ้นขนาดเล็กมี 4 บริษัทได้รับเลือกเข้าไปคำนวณในรอบนี้ ได้แก่ บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต (BLA) บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ (EARTH) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC) และบริษัท สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเมนท์ (SF)
ขณะเดียวกัน บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) บริษัท สยามแม็คโคร (MAKRO) บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง (SCCC) บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) หรือ TSTH และบริษัท ไทยยูเนียน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) ถูกถอดออก







