posttoday
มหานครไรซ์เปิดข้าวพรีเมียมบุกตลาด

มหานครไรซ์เปิดข้าวพรีเมียมบุกตลาด

16 พฤษภาคม 2555

มหานครไรซ์เปิดถุงข้าวระดับพรีเมียมบุกตลาดในและต่างประเทศ เจาะร้านอาหารมหานครใหญ่ระดับโลก

มหานครไรซ์เปิดถุงข้าวระดับพรีเมียมบุกตลาดในและต่างประเทศ เจาะร้านอาหารมหานครใหญ่ระดับโลก 

นายธีรพงษ์ รักษ์ธนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทมหานครไรซ์ ผู้ผลิตและทำตลาดข้าวบรรจุถุงภายใต้แบรนด์ “มหานคร” เปิดเผยว่าบริษัทเตรียมงบกว่า 10 ล้านบาททำตลาดเชิงรุกข้าวถุงแบรนด์ดังกล่าวภายในประเทศอย่างเป็นทางการเป็นปีแรก โดยชูจุดเด่นพร้อมวางตำแหน่งเป็นสินค้าข้าวไทยระดับบน(พรีเมียม) พร้อมทำตลาดในต่างประเทศ นับจากปีนี้ไปด้วยเช่นกัน

สำหรับแผนทำตลาดในประเทศ บริษัทเตรียมดึง “หมึกแดง”(มล.ศิริเฉลิม สวัสดิวัฒน์) เชฟ และผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารของไทยมาเป็นที่ปรึกษา และเป็นตัวแทนสินค้า(พรีเซ็นเตอร์) ข้าวแบรนด์มหานคร ภายใต้คำขวัญ “ข้าวมหานคร กินกับอะไรก็อร่อย” โดยมีข้าวหอม 4สูตรย่อย คือ ข้าวหอมมะลิพรีเมียม, ข้าวหอมทุกกุลา, ข้าวหอมมะลิคัดพิเศษ และข้าวหอมปทุมธานี รวมทั้งสินค้ากลุ่มข้าวขาวถุงด้วย

ทั้งนี้ จะทำตลาดสินค้าใน 3ช่องทางจัดจำหน่าย คือ 1.ร้านค้าท้องถิ่น โดยจำหน่ายผ่านตัวแทนขาย(ยี่ปั๊ว)แบบกระสอบ แบ่งขายราคา 1,700-1,800 บาท/49กก. เป็นต้น, 2.ร้านค้าปลีกสมัยใหม่(โมเดิร์นเทรด) ต่างๆ ในซูเปอร์มาร์เก็ต โดยวางราคาจำหน่ายขายปลีก ข้าวหอมมะลิบรรจุถุง 245 บาท/5กก. และในห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ วางราคา172 บาท/5กก. และ3. กลุ่มธุรกิจโรงแรม,ร้านอาหารและจัดเลี้ยง(โฮรีกา) เป็นต้น

นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมใช้แบรนด์‘เมโทรโปลิส บูทีค ไรซ์’(Metropolis Boutique Rice)เพื่อทำตลาดส่งออก ในเบื้องต้นจะไปยังประเทศ ออสเตรเลีย, สหรัฐอเมริกา และกลุ่มประเทศในภูมิภาคยุโรป โดยจะเข้าไปยังกลุ่มโฮรีกา เช่น ร้านอาหารไทยต่างๆ 0กว่า1,000 ร้านที่กระจายอยู่ในในเมืองหลวงหรือมหานครใหญ่ต่างๆในระดับโลก

“การทำตลาดในต่างประเทศ บริษัทชูจุดเด่นคุณภาพของข้าวไทยระดับบนที่มีรสชาติดีเยี่ยม ซึ่งแตกต่างไปจากข้าวของประเทศคู่แข่ง อย่างเวียดนามและอินเดีย ที่ใช้กลยุทธ์ราคาถูกกว่าไทยราว20-30%ขณะนี้” นายธีรพงษ์ กล่าว

ขณะที่ในปีนี้ตลาดข้าวในประเทศไทยมีการแข่งขันสูงมาก จากผู้ประกอบการทั้งรายเดิมและรายใหม่เข้ามาทำตลาดมากขึ้น แต่มีอัตราการบริโภคข้าวภายในประเทศอยู่ที่ 8ล้านตันต่อปี โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมาตลาดข้าวในภาพรวมเติบโตลดลง10% และในขณะนี้ตลาดรวมเริ่มดีขึ้นโดยมีอัตราเติบโตลดลงอยู่ที่ 3-5% เทียบกับต้นปี

ทั้งนี้คาดว่ามาจากปัจจัยในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ซึ่งมีการบริจาคข้าวถุงแก่ผู้ประสบภัยจำนวนมาก และทำให้มีข้าวถุงเหลืออยู่ในครัวเรือนจำนวนหนึ่ง รวมทั้งในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมามีการนำข้าวจากต่างจังหวัดนำกลับมาบริโภคในครัวเรือนหรือในเมืองหลวงมากขึ้น ซึ่งในส่วนของราคาขายปลีกข้าวหอมมะลิของบริษัทจะไม่มีแผนปรับราคาสินค้าขึ้นในขณะนี้

สำหรับปีแรกบริษัทคาดจะมีรายได้ราว 100 ล้านบาท จากช่องทางร้านค้าปลีกทั่วไป 80% และกลุ่มโฮรีกา 20% และวางเป้าหมายภายในปีหน้าจะขึ้นสู่แบรนด์ข้าวไทยอันดับ 1 ในช่องทางโฮรีกา และเป็นทิศทางเดียวกับช่องทางโฮรีกาในตลาดต่างประเทศภายใน3-5ปีนับจากนี้ โดยปัจจุบันบริษัทมีโรงงานข้าวอยู่ที่หนองจอก กรุงเทพฯ 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท