
LH-SIRIระดมเงินซื้อที่-คืนหนี้
ฟิทช์ห่วงแลนด์ฯลงทุนมากอีก2ปี อสังหาฯโชว์กำไรไตรมาส1โตขึ้น
ฟิทช์ห่วงแลนด์ฯลงทุนมากอีก2ปี อสังหาฯโชว์กำไรไตรมาส1โตขึ้น
อสังหาริมทรัพย์โชว์กำไรดีขึ้นไตรมาสแรก LH ระดมทุนซื้อที่ ฟิทช์คงเครดิต ห่วงอีก 2 ปีหนี้สินอาจเพิ่มขึ้น ด้าน SIRI จ่อขายหุ้นกู้พันล้านคืนหนี้ซื้อที่ดิน
บริษัทอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งมีผลประกอบการงวดไตรมาสแรกปีนี้ดีขึ้น เช่น บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) แม้ว่ากำไรสุทธิลดลง 27.9% เหลือจำนวน 1,462 ล้านบาทก็ตาม แต่เกิดจากงวดนี้ไม่มีกำไรพิเศษ ขณะที่มีภาษีเงินได้นิติบุคคลจำนวน 175 ล้านบาท รูดลงมาก เทียบกับจำนวน 1,040 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) มีกำไรสุทธิ 304 ล้านบาท พุ่งขึ้น 93% เทียบกับกำไรสุทธิ 157 ล้านบาท บริษัท เอเชี่ยนพร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (AP) กำไรสุทธิสูงถึง 421 ล้านบาท ทะยานขึ้น 218% และบริษัท แสนสิริ (SIRI) กำไรสุทธิโต 57% เป็น 340 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็มีการออกหุ้นกู้เพื่อระดมทุน ล่าสุดบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ LH BBB+ (tha) แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพและคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นที่ระดับ “F2 (tha)”
ทั้งนี้ อันดับเครดิตสะท้อนถึงความเป็นผู้นำ โดยเฉพาะในตลาดบ้านเดี่ยวและความสำเร็จในการขยายตลาดไปยังกลุ่มอาคารชุดพักอาศัยระดับกลางในปี 2553 และ 2554 ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางการตลาดและยอดขายล่วงหน้าด้วย
อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนทางการเงินของ LH อ่อนแอลงในปี 2554 โดยมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นเป็น 49% และอัตราส่วนกระแสเงินสดจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินต่อดอกเบี้ยจ่าย ลดลงมาอยู่ที่ 2.9 เท่า ณ สิ้นปี 2554 จาก 4.6 และ 4 ตามลำดับ แต่ในปีนี้จะปรับตัวดีขึ้นจากค่าใช้จ่ายในการลงทุนที่น้อยลง การโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุดที่แล้วเสร็จ และมีเงินสดจากการขายและให้เช่าช่วงเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์
“ในอีก 2 ปีข้างหน้า ค่าใช้จ่ายในการลงทุนของ LH อาจจะสูงขึ้น หากบริษัทชนะการประมูลที่สามย่าน ซึ่งฟิทช์ยังไม่ได้นำมาพิจารณาในครั้งนี้ เพราะยังไม่มีความแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของยอดขายล่วงหน้าน่าจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องไปถึง 3 ไตรมาสที่เหลือของปีนี้ เพราะบริษัทมีโครงการที่อยู่อาศัยพร้อมขายจำนวนมาก และจะเปิดโครงการอาคารชุดอีก 6 โครงการ ซึ่งมีมูลค่าโครงการรวม 1.1 หมื่นล้านบาท
นายวันจักร์ บุรณศิริ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ กล่าวว่า ปลายเดือน พ.ค.นี้ บริษัทจะเสนอขายหุ้นกู้อายุ 3 ปี วงเงิน 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามวงเงินที่ผู้ถือหุ้นอนุมัติให้ออกหุ้นกู้ 5,000 ล้านบาท
บริษัทตัดสินใจออกชุดแรกเพียง 1,000 ล้านบาท เพราะจะนำไปชำระหนี้หุ้นกู้เดิมที่จะครบกำหนดและปัจจุบันบริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินกิจการเข้ามาเยอะ จึงยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออกหุ้นกู้ในจำนวนที่มากและส่วนหนึ่งจะนำมาซื้อที่ดินด้วย ปีนี้ตั้งงบไว้ซื้อที่ดิน 5,000 ล้านบาท ซึ่งซื้อไปแล้ว 2,000 ล้านบาท และล่าสุดได้ปรับเป้ายอดขายเป็น 3.6 หมื่นล้านบาท จาก 3.2 หมื่นล้านบาท
ด้านบริษัท มั่นคงเคหะการ (MK) มีกำไรสุทธิ 45 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิ 47 ล้านบาท โดยคณะกรรมการมีมติให้บริษัทขายหุ้นที่ซื้อคืนจากตลาดจำนวน 6.3 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.73%







