
ทีดีอาร์ไอเสนอรัฐลงทุนร่วมเอกชน
ทีดีอาร์ไอแนะรัฐลงทุนโครงข่ายบรอดแบนด์ร่วมเอกชน หนุนทีโอที –กสทฯ ผันตัวสู่เน็ตเวิร์ก โพรวายเดอร์
ทีดีอาร์ไอแนะรัฐลงทุนโครงข่ายบรอดแบนด์ร่วมเอกชน หนุนทีโอที –กสทฯ ผันตัวสู่เน็ตเวิร์ก โพรวายเดอร์
นายสมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ กล่าวระหว่างการสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นโครงการจัดทำกรอบนโยบายโทรคมนาคมแห่งชาติ ว่า สิ่งที่รัฐบาลควรดำเนินการเพื่อกระจายการใช้งานอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุม 80% ของประชากรในปี 2558 ตามแผนบรอดแบนด์แห่งชาติ คือ รัฐต้องร่วมลงทุนโครงข่ายกับเอกชน หรือ พีพีพี (Public-Private Partnership)
ทั้งนี้ เนื่องจากโครงข่ายบรอดแบนด์ที่กระจายทั่วถึงทั้งประเทศต้องใช้งบลงทุนที่สูงมาก ซึ่งรัฐไม่สามารถดำเนินการคนเดียวได้ จึงควรเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุน ซึ่งจากกรณีศึกษาในประเทศที่ประสบความสำเร็จ เช่น เนเธอร์แลนด์ ที่เทศบางร่วมกับเอกชนในการพัฒนาไฟเบอร์ออฟ ติก และ โครงการเอฟทีทีเอช ของประเทศมาเลเซีย ที่รัฐบาลลงทุน 700 ล้านเหรียญสหรัฐ และ เทเลคอม มาเลเซีย ลงทุน 3,280 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นต้น
นอกจากนี้ ผลการศึกษาของเวิลด์แบงก์ ยังชี้ชัดว่า ทุกการใช้งานบรอดแบนด์ที่เพิ่มขึ้น 10% สามารถทำให้จีดีพีประเทศเพิ่มขึ้น 1.21-1.38% และผลิตภาพแรงงานเพิ่มขึ้น 1.5% ใน 5 ปี ซึ่งประเทศไทบยยังมีจุดอ่อนในเรื่องนยี้ค่อนข้างสูง โดยมีอตราส่วนการใช้บรอดแบนด์เพียง 5.46% ของประชากรในประเทศ และค่าบริการสูงถึง 6% ของรายได้ต่อเดือนของประชากร เมื่อเทียบกับมาเลเซียที่ค่าบริการเพียง 3.3%
นายสมเกียรติ กล่าวว่า ทีดีอาร์ไอยังสนับสนุนให้ บริษัท ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม ในการเป็นผู้ให้บริการโครงข่าย หรือ เน็ตเวิร์ก โพรวายเดอร์ เพื่อให้เกิดการใช้โครงข่ายร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะโครงข่าย 3 จีที่กำลังจะมีการประมูลเกิดขึ้น เนื่องจากสามารถช่วยลดต้นทุนด้านโครงข่ายลง 20% และหากใช้โครงข่าย 2 จีและ 3 จีร่วมกัน จะช่วยลดต้นทุนได้ถึง 35%
นางเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า นอกเหนือไปจากความพร้อมด้านโครงข่ายแล้ว รัฐต้องทบทวนนโยบายด้านการลงทุนที่ไม่ควรปิดกั้นการลงทุนจากต่างประเทศอย่างที่ผ่านมา เพราะถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมไม่พัฒนา โดยเฉพาะร่างประกาศของกสทช. ว่าด้วย เรื่องการกำหนดข้อห้ามการกระทำที่มีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว พ.ศ. 2554 ที่ไม่มีประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม
นายดามพ์ สุคนทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค กล่าวว่า กสทช.ไม่ควรมีร่างประกาศใดที่นอกเหนือไปจาก พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ของกระทรวงพาณิชย์ที่กำหนดสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติอยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องจำกัดสิทธิ์ว่าห้ามต่างชาติมีส่วนในการแต่งตั้ง หรือ ควบคุม คณะกรรมการ หรือ ผู้บริหารระดับสูงได้







