
แนะเอกชนไทยเปิดธุรกิจ‘พม่า’
สถาบันอาหารแนะผู้ประกอบการอาหารไทยลงทุนพม่า เน้นธุรกิจร้านอาหาร ร้านน้ำชา สินค้าอุปโภคบริโภค
สถาบันอาหารแนะผู้ประกอบการอาหารไทยลงทุนพม่า เน้นธุรกิจร้านอาหาร ร้านน้ำชา สินค้าอุปโภคบริโภค
นายเพ็ชร ชินบุตร ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการด้านอาหารของไทยควรขยายการลงทุนเข้าไปในประเทศพม่ามากขึ้น เนื่องจากในขณะนี้รัฐบาลพม่าได้เปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างประเทศเข้ามาพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร หลังจากช่วงที่ผ่านมาการผลิตสินค้าในพม่ามีคุณภาพไม่ดีนัก เพราะขาดแคลนเทคโนโลยีและโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยธุรกิจเอสเอ็มอีที่เหมาะต่อการลงทุนในพม่า เช่น ธุรกิจบริการด้านอาหาร ร้านอาหาร ร้านน้ำชา และตัวแทนจำหน่ายสินค้าบริโภคราคาถูก ตลอดจนสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น หมาก พลู
ขณะเดียวกัน ยังพบว่าการลงทุนตั้งโรงงานผลิตและจำหน่ายอาหารแปรรูป ธุรกิจผลิตผลผลิตเกษตรและแปรรูปสินค้าเกษตร ตัวแทนจำหน่ายเครื่องมือ เครื่องจักร และเทคโนโลยีเกี่ยวกับการเกษตรและการแปรรูปอาหารขั้นต้น จะได้รับประโยชน์จากนโยบายรัฐบาลพม่าที่อยู่ระหว่างการพัฒนานโยบายด้านเกษตรอย่างมาก
ทั้งนี้ เช่นการขยายระบบชลประทานของภาครัฐและการส่งเสริมให้เกษตรกรขยายพื้นที่เพาะปลูกพืชเกษตร ตลอดจนการส่งเสริมให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในทุกด้านเกี่ยวกับภาคเกษตร
“พม่ากำลังปฏิรูปนโยบายด้านต่างๆ เพื่อส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ เช่น ร่าง พ.ร.บ.การลงทุนฉบับใหม่ที่จะยกเว้นภาษีเงินได้ 8 ปี จากเดิม 3 ปี และการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% ของกำไรจาก การส่งออกนอกจากนี้พม่ายังมีแผนการลงทุนในการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่” นายเพ็ชร กล่าว
สำหรับกลยุทธ์ในการเจาะตลาดพม่าสำหรับสินค้าใหม่ที่ทำกันมาจนถึงปัจจุบัน คือการฝากขายและบอกต่อ เพราะผู้บริโภคชาวพม่ามักจะยึดติดสินค้าที่ตนเองใช้เป็นประจำ และไม่นิยมทดลองสินค้าใหม่ที่ไม่คุ้นเคย อย่างไรก็ตามโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์เป็นสื่อประชาสัมพันธ์ที่ได้ผลในการแนะนำสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดพม่า ซึ่งปัจจุบันสื่อดังกล่าวมีราคาถูก กว่าในประเทศไทยอย่างมาก
ทั้งนี้ ไทยส่งออกสินค้าอาหารไปพม่าสูงเป็นอันดับ 4 เมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียนอื่นๆ รองจากอินโดนีเซีย มาเลเซีย และกัมพูชา โดยมีมูลค่าส่งออกประมาณ 2.08 หมื่นล้านบาทในปี 2554







