
เกาะติดสถานการณ์
จับฟาร์มหมูใช้สารเร่งเนื้อแดงแดงในน้ำ เนื้อแดงในหมูให้เป็น 0%
จับฟาร์มหมูใช้สารเร่งเนื้อแดงแดงในน้ำ เนื้อแดงในหมูให้เป็น 0%
นายทฤษดี ชาวสวนเจริญ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 16 พ.ค.นี้ จะไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีกับฟาร์มที่ใช้สารต้องห้ามในการเลี้ยงสุกรในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครปฐม หลังพบว่าฟาร์มสุกรแห่งนี้ลักลอบใช้สารเบตาอะโกนิสต์ (สารเร่งเนื้อแดง) ให้สุกรกิน ซึ่งสารดังกล่าวจะตกค้างมาถึงผู้บริโภค อาจทำให้หัวใจวายและเสียชีวิตได้ พร้อมเร่งดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อลดการใช้สารเร่งเนื้อแดงในสุกรให้เหลือ 0% นอกจากนี้ยังตั้งทีมเฉพาะกิจสำนักงานปศุสัตว์เขตทั่วประเทศ ลงพื้นที่ตรวจการใช้สารเคมีต้องห้ามในฟาร์มปศุสัตว์ เพื่อลดการลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดงในสุกร พร้อมปรับปรุงกฎหมายให้เข้มงวดมากขึ้น โดยให้ถือว่าน้ำเป็นอาหารสัตว์ตาม พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2525 เพื่อป้องกันเกษตรกรอาศัยช่องโหว่ จากเดิมที่การตรวจสอบจะมุ่งเน้นเฉพาะตัวอาหารสัตว์เท่านั้น ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว
นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มบทลงโทษข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2525 เพิ่มอีก 1 เท่าตัว เป็นปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ จากเดิมที่มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งบูรณาการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขให้ช่วยควบคุมการใช้สารเบต้าอะโกรนิสต์ด้วย” ที่เป็นส่วนผสมในยารักษาโรคหอบหืดด้วย เพื่อเอาผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.... ซึ่งจะมีบทลงโทษที่รุนแรงกว่า
“เป้าหมายที่จะลดการใช้สารเร่งเนื้อแดงในหมูให้เหลือ 0% มีมานานแล้ว แต่ที่ทำได้ยาก เพราะช่วงที่ราคาหมูถูก เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูก็ถูกบีบบังคับทางอ้อมจากพ่อค้าคนกลาง จึงจำเป็นต้องผสมสารเร่งเนื้อแดงในอาหารสัตว์ เพื่อให้ได้ราคาดีขึ้น”นายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าว
ทั้งนี้ สถิติการตรวจพบการใช้สารเร่งเนื้อแดงในสุกรเริ่มลดลงเรื่อยๆ โดยล่าสุดช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้(ม.ค.มี.ค.2555)มีการตรวจพบการใช้สารเร่งเนื้อแดงในสุกรเพียง 1.86% มีการดำเนินคดีแล้ว 3 ราย ซึ่งลดลงจากปีก่อนที่มีการตรวจพบ 3.34% และมีการดำเนินคดี 50 ราย
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2547-2548 ที่กรมปศุสัตว์ยังไม่เข้มงวดในการตรวจสอบและดำเนินคดีอย่างจริงจัง พบว่ามีการลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดงในสุกรสูงถึง 80% ก่อนจะเริ่มลดลงเรื่อยๆตามลำดับ
งาน TAPA 2012 สะพัดกว่า 606 ล้านบาท
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ผลการจัดงานแสดงสินค้ายานยนต์ ชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง 2555 หรือ TAPA 2012 ระหว่างวันที่ 2629 เม.ย.ที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยมีมูลค่าการสั่งซื้อระหว่างวันเจรจาธุรกิจ 606.35 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดการสั่งซื้อทันทีในงาน 37.72 ล้านบาท ยอดที่คาดว่าจะสั่งซื้อภายใน 1 ปี 568.63 ล้านบาท ส่วนวันจำหน่ายปลีกมียอดขาย 1.37 แสนบาท รวมมูลค่าซื้อขายตลอดทั้ง 4 วัน 606.48 ล้านบาท ประเภทสินค้าที่มีการสั่งซื้อสูงสุด 5 อันดับแรก คือ ชิ้นส่วนยานยนต์และอะไหล่ ประดับยนต์ ถุงป้องกันอุทกภัย ถุงคลุมรถป้องกันอุทกภัย และเคมีเคลือบผิวยานยนต์ โดยมีผู้เข้าชมงานทั้งหมดตลอดทั้ง 4 วัน จำนวน 10,372 คน
บิ๊กบัค สตูดิโอ จับมือไอดีซีซีฉลองใหญ่
นายวฤทธิ์ อาชวานันทกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิ๊กบัค สตูดิโอ ผู้พัฒนาเกมออนไลน์สายพันธุ์ไทย 12 หาง กล่าวว่า หลังจากเปิดตัวเกมออนไลน์ 12 หาง (www. 12t.in.th) อย่างเป็นทางการครบ 1 ปี โดยมีบริษัท ไอ ดิจิตอล คอนเนคท์ หรือไอดีซีซี เป็นผู้ให้บริการ ปัจจุบันมีผู้เล่นรวมกว่า 4 แสนราย สามารถทำรายได้ถึง 50 ล้านบาท ซึ่งทำให้เด็กไทยหันมาเล่นเกมไทย จากที่ก่อนหน้าจะนิยมเล่นแต่เกมต่างประเทศ รวมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้นักพัฒนาเกมคนไทยสร้างสรรค์เกมดีๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพเกมของคนไทยเทียบชั้นต่างประเทศ และสามารถประสบความสำเร็จได้รับความนิยมทัดเทียมเกมออนไลน์จากต่างประเทศ โดยขณะนี้มีผู้ให้บริการเกมจากประเทศเยอรมนีติดต่อเพื่อขอซื้อลิขสิทธิ์เกม 12 หาง ไปขยายตลาดในประเทศแถบยุโรป คาดจะเริ่มทำตลาดราวไตรมาส 3 ของปีนี้







