posttoday
โฮมช็อปปิ้งเทรนด์ใหม่ช่องทางการขายบนทีวี-ออนไลน์

โฮมช็อปปิ้งเทรนด์ใหม่ช่องทางการขายบนทีวี-ออนไลน์

15 พฤษภาคม 2555

แวดวงการตลาดจำหน่ายสินค้าในประเทศไทย กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ภายหลังการร่วมทุนระหว่างบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กับบริษัท ซีเจ โอ ช้อปปิ้ง ประเทศเกาหลี ที่รุกเปิดช่องทางการขายใหม่ในรูปแบบ Home Shopping ผ่าน 2 ช่องทาง คือ ทางทีวีดาวเทียม GMM Z (จีเอ็มเอ็ม แซท) และอินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ตโฟน โดยที่ลูกค้าไม่ต้องขับรถออกจากบ้านไปห้างสรรพสินค้า เพียงแค่ยกหูโทรศัพท์ โทร.ไปยังหมายเลขสายด่วน หรือ Contact Center หรือคลิกบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ สินค้าที่ต้องการจะมาวางอยู่หน้าประตูบ้านคุณทันที

แวดวงการตลาดจำหน่ายสินค้าในประเทศไทย กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ภายหลังการร่วมทุนระหว่างบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กับบริษัท ซีเจ โอ ช้อปปิ้ง ประเทศเกาหลี ที่รุกเปิดช่องทางการขายใหม่ในรูปแบบ Home Shopping ผ่าน 2 ช่องทาง คือ ทางทีวีดาวเทียม GMM Z (จีเอ็มเอ็ม แซท) และอินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ตโฟน โดยที่ลูกค้าไม่ต้องขับรถออกจากบ้านไปห้างสรรพสินค้า เพียงแค่ยกหูโทรศัพท์ โทร.ไปยังหมายเลขสายด่วน หรือ Contact Center หรือคลิกบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ สินค้าที่ต้องการจะมาวางอยู่หน้าประตูบ้านคุณทันที

นับเป็นการปฏิวัติรูปแบบการช็อปปิ้งแบบเดิมๆ จากเดิมที่ลูกค้าต้องได้จับ หรือได้ลองสินค้าก่อน จึงจะควักเงินในกระเป๋าซื้อ ซึ่งถือว่าเป็นการท้าทายความสามารถการบริหารของ ธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (สายธุรกิจบรอดแคสติง) ของจีเอ็มเอ็ม จะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการช็อปปิ้งของคนไทย ให้หันมาซื้อของผ่านโฮมช็อปปิ้งแบบไม่ต้องสัมผัสกับสินค้าได้หรือไม่ และจะเข้าไปชิงส่วนแบ่งการตลาดธุรกิจห้างสรรพสินค้าทั่วไปได้มากน้อยแค่ไหน โดยเบื้องต้นทั้งจีเอ็มเอ็มและซีเจร่วมทุนกันนาน 5 ปีแรกเป็นเงินกว่า 540 ล้านบาท โดยใน 4 ปีแรกไม่หวังคืนทุน

ขณะที่ช่องทางธุรกิจใหม่ที่ทั้งสองบริษัทร่วมทุนและเล็งเห็นอนาคตอันสดใสร่วมกันว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า รูปแบบการช็อปปิ้งจะเปลี่ยนไป โดยสภาพตลาดประเทศไทยเหมือนกับเกาหลีเมื่อ 10 ปีก่อนที่คล้ายๆ กัน เริ่มจากยอดขายสินค้าในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่เครือข่ายระบบอินเทอร์เน็ตและจำนวนผู้ใช้สมาร์ตโฟนเพิ่มสูงขึ้น

ทำให้ธุรกิจโฮมช็อปปิ้งเติบโตควบคู่กับการขยายตัวของไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่นิยมช็อปปิ้งผ่านระบบออนไลน์ จึงกลายเป็นช่องทางใหม่ในการขายสินค้าขึ้นมา โดยในเกาหลีธุรกิจขายสินค้าออนไลน์เริ่มต้นเมื่อปี 2543 โดยมียอดขาย 11,220 ล้านบาท หรือ 374 ล้านเหรียญสหรัฐ (อัตราแลกเปลี่ยน 30 บาทต่อ 1 เหรียญสหรัฐ) ผ่านมา 10 ปี ในปี 2010 มูลค่าขยายเป็น 7.2 หมื่นล้านบาท หรือ 2,400 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 10 เท่าตัว โดยปัจจุบันยอดสั่งซื้อสินค้าจากอินเทอร์เน็ตเป็นอันดับ 1 และทางโทรศัพท์ อันดับ 2 และทีวี อันดับ 3

สำหรับตลาดประเทศไทยสิ่งสำคัญที่ซีเจและจีเอ็มเอ็ม จะใช้ในการเริ่มต้นเปิดตลาด คือการพยายามสร้างความเชื่อใจ หรือ Trust ต่อระบบโฮมช็อปปิ้งให้เกิดขึ้นก่อน เพื่อให้ประชาชนรู้สึกดีและกล้าสั่งซื้อสินค้าผ่านทางโทรศัพท์และระบบออนไลน์อย่างเชื่อใจ จึงกลายเป็นหน้าที่ของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ในฐานะยักษ์ใหญ่เบอร์ 1 ธุรกิจสื่อและบันเทิง ที่จะเข้ามาสร้างความน่าเชื่อถือใน 3 ด้าน คือ 1.ด้านระบบการสั่งซื้อ 2.ด้านระบบโลจิสติกส์ และ 3.ด้านระบบการชำระเงิน

ทั้ง 3 สิ่งที่กล่าวมา ซีเจมั่นใจว่าทำได้ เพราะซีเจมีประสบการณ์ในเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างดี

แต่สิ่งหนึ่งที่ซีเจยังไม่มี คือ ความน่าเชื่อถือจากคนไทย ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่จะเข้ามาเป็นผู้สร้างกระแสกระตุ้นให้เกิดกำลังซื้อสินค้าผ่านโฮมช็อปปิ้ง

“ระบบ Know How การสั่งซื้อ โลจิสติกส์ และการชำระเงิน ทางซีเจทำหมด ทางจีเอ็มเอ็มไม่ได้เข้าไปแตะอะไรเลย มีสิ่งเดียวที่จีเอ็มเอ็มจะทำ เพราะเป็นงานถนัด คือ การเดินหน้าโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้คนไทยได้รู้จักและเชื่อใจระบบโฮมช็อปปิ้ง ในฐานะที่เราเป็นยักษ์ใหญ่ด้านมีเดีย มีดารา นักร้อง นักแสดงมากมาย จึงได้เปรียบในการเข้ามาช่วยทำการตลาดให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย โดยใน 4 ปีแรก ยอมรับว่าเราไม่สนใจยอดขาย สิ่งสำคัญที่เราอยากได้ คือ สร้างความน่าเชื่อถือต่อโฮมช็อปปิ้งให้ได้ ผ่านสื่อทุกแขนงที่จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มีอยู่ในมือ” ธนา กล่าว

สำหรับสินค้า 2 ประเภทแรก ที่จะเปิดตัวในตลาดในวันที่ 18 มิ.ย. นี้เป็นครั้งแรก คือ สมาร์ตโฟน เครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องสำอางชื่อดังของเกาหลี ที่ผู้หญิงไทยนิยมใช้ เช่น Etude The Face Shop และ Skinfood เป็นต้น จากนั้นหากธุรกิจเริ่มไปได้สวย ก็จะทยอยนำสินค้าตัวอื่นๆ ออกมาอีก โดยเฉพาะสินค้าแบรนด์ดังก้องโลกที่จะมาวางจำหน่ายบนหน้าจอ เช่น Gucci Hermes และ Louis Vuitton หรือแม้แต่รถยนต์ แฟชั่นเสื้อผ้า หรือบ้าน คอนโดมิเนียม เป็นต้น

ทั้งนี้ ในการสั่งซื้อสินค้าจากโฮมช็อปปิ้งมีข้อดีกว่าการช็อปปิ้งจากระบบเดิมทั่วไป ตั้งแต่ราคาสินค้าที่จำหน่ายจะถูกกว่าราคาท้องตลาดทั่วไป การขนส่งที่รวดเร็วโดยไม่คิดค่าขนส่ง ลูกค้าสามารถขอคืนเงินได้ 100% หากไม่พอใจสินค้า โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และมีระบบการชำระเงินที่ดีผ่านระบบบัตรเครดิต หรือผ่อนชำระโดยปราศจากดอกเบี้ย เป็นต้น

สำหรับวิธีการนำเสนอสินค้ามั่นใจว่าจะได้รับความนิยมอย่างสูงนอกเหนือจากการนำจุดเด่นจากการดึงดารา นักร้องดังมาร่วมงาน แต่ด้วยรูปแบบการนำเสนอที่ทันสมัยจากเกาหลี ทั้งระบบ Contact Center ในการสั่งซื้อ ที่ลูกค้าสามารถโฟนอินเข้ามาสอบถามในขณะรายการกำลังออกอากาศสดๆ ได้ และจะได้เห็นความอลังการงานสร้างของสตูดิโอที่สามารถนำเสนอสินค้า ที่สามารถยกบ้าน ยกคอนโดมิเนียมทั้งหลัง หรือแม้รถทั้งคันเข้าฉากโชว์ให้ผู้ชมทางบ้านได้ยลโฉมกันเต็มตา ประกอบกับทางเลือกที่หลากหลายของระบบการเงินที่มุ่งตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ทุกรูปแบบ

ลีแฮซอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเจ โอ ช้อปปิ้ง กล่าวว่า ในการลงทุนครั้งนี้หวังว่าในอีก 5 ปีข้างหน้าจะคุ้มทุน และจะเห็นแนวโน้มในการช็อปปิ้งรูปแบบใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นในเอเชีย และเชื่อว่ามูลค่าการขายทางโฮมช็อปปิ้ง จะไม่แพ้การช็อปปิ้งแบบเดิมตามห้างใหญ่ๆ โดยในไทยจะค่อยๆ เริ่มทำจากตลาดทีวีและอินเทอร์เน็ตถัดไป และจะเลือกสินค้าที่เหมาะสมกับตลาดและจุดคุ้มทุนเป็นสำคัญ โดยตลาดโฮมช็อปปิ้งที่เกิดขึ้นในเอเชียจะใหญ่มากจากการบริโภคที่เปิดกว้างและเสรีตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ซึ่งการลงทุนในครั้งนี้ไม่ได้คาดหวังถึงขนาดจะไปแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดการช็อปปิ้งตามห้างสรรพสินค้า แต่โฮมช็อปปิ้งจะเข้าไปสนองความสนุกสนานจากการช็อปปิ้งตามไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่เท่านั้น

สิ่งที่ทั้งซีเจและจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เชื่อว่าอีก 5 ปี หากความน่าเชื่อถือจากการซื้อสินค้าผ่านทีวีและระบบออนไลน์เกิดขึ้นเมื่อใด จะเป็นการปฏิวัติการขายแบบเดิมๆ ทันที กล่าวคือ การโทรศัพท์ไปตื๊อลูกค้าให้ซื้อสินค้า การลงทุนเปิดหน้าร้าน จ้างพนักงานขาย ทุ่มงบประมาณซื้อสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ หรือการจัดงานอีเวนต์ทำยอดขายจะลดน้อยลงไปเรื่อยๆ

แต่อนาคตลูกค้าจะเดินเข้ามาหาผู้ขาย ผ่านระบบโทรศัพท์และออนไลน์ที่กำลังเติบโตอยู่ในขณะนี้ ดังนั้นธุรกิจโฮมช็อปปิ้งจะเริ่มขยายตัวและสดใสอย่างมากในอนาคตอันใกล้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท