
ไอซีทีลุยปรับโมเดลธุรกิจทีโอที-กสทฯ
ไอซีทีผนึก คลัง-กสทช. เดินหน้าปรับโมเดลทีโอที-กสทฯ สู่เน็ตเวิร์ก โพรวายเดอร์ รับประมูล 3 จี
ไอซีทีผนึก คลัง-กสทช. เดินหน้าปรับโมเดลทีโอที-กสทฯ สู่เน็ตเวิร์ก โพรวายเดอร์ รับประมูล 3 จี
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) เปิดเผยว่า ได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการ หรือ บอร์ด บริษัท ทีโอที เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา และได้สั่งให้ทีโอทีหยุดแผนการตลาด 3 จี ที่ดำเนินการอยู่ โดยต้องนำเสนอรูปแบบการปรับปรุงแผนใหม่ให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ กนร. กระทรวงการคลัง ที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในวันที่ 18 พ.ค.นี้
“การที่ต้องปรับแผนใหม่ เพราะรัฐบาลชุดที่แล้ววางนโยบายให้ทีโอทีมาผิดทาง โดยให้ทำการตลาดแข่งขันกับเอกชนรายใหญ่ ซึ่งไม่มีทางที่ทีโอทีจะทำเช่นนั้นได้ ส่งผลให้ทีโอทีเปรียบเหมือนเด็กพิการในตอนนี้ และหากไม่รีบหยุด ทีโอทีจะยิ่งขาดทุนหนักกว่าเดิม” รมว.ไอซีทีกล่าว
สำหรับการปรับแผนใหม่ครั้งนี้ ต้องการให้ทีโอทีหยุดทำการตลาด 3 จี ทุกรูปแบบ แล้วเปลี่ยนเป็นผู้ให้บริการโครงข่าย หรือ เน็ตเวิร์ก โพรวายเดอร์ ซึ่งจะดำเนินการร่วมไปกับ กสท โทรคมนาคม ที่จะต้องปรับตัวเพื่อรองรับรายได้จากสัมปทานหมดเช่นเดียวกัน โดยการสร้างสถานีฐานและโครงข่ายให้เอกชนเช่าใช้
ทั้งนี้ รูปแบบดังกล่าวจะสอดคล้องกับร่างประกาศของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ที่ต้องการให้ผู้ได้รับใบอนุญาตใช้โครงข่ายร่วมกัน และเห็นว่าทั้งทีโอทีและ กสทฯ เหมาะสมที่จะดำเนินการในลักษณะนี้มากที่สุด จากทรัพย์สินในรูปแบบสถานีฐานที่ได้รับจากเอกชนตามสัญญาสัมปทาน ซึ่งเฉพาะทีโอทีมีเสาสถานี 1.3 หมื่นต้น และ มีโครงข่ายไฟเบอร์ 6 หมื่นกม.
น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า แนวทางที่ทีโอทีสามารถปรับตัวสู่เน็ตเวิร์ก โพรวายเดอร์ มี 3 รูปแบบ คือ 1.การลงทุนโครงข่ายเองตามแผนที่วางไว้อีกกว่า 1 หมื่นสถานี 2. การเจรจากับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส ถึงสาถนีฐานที่มีอยู่ว่าจะดำเนินการอย่างไร เนื่องจากเป็นทรัพย์สินของทีโอที และ 3. การเจรจากับเอกชนอีก 2 รายในตลาดให้มาเช่าใช้โครงข่ายของทีโอที ซึ่งทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับบอร์ดทีโอทีว่าจะดำเนินการอย่างไร
ปัจจุบัน ปัญหาของ 3 จีที่เห็นชัดเจนคือ มีผู้ใช้บริการเพียง 2 แสนรายจากที่ตั้งเป้าไว้ 2.5 ล้านรายในสิ้นปีนี้ มีรายได้ต่ำกว่าแผนธุรกิจที่วางไว้ 1,700 ล้านบาท ถึง 14 เท่า และหากยังคงเดินหน้าทำการตลาดแบบเดิม ทีโอทีจะมีรายได้ต่ำกว่าแผน ถึง 20 เท่าในปี 2556 และจะต้องมีผู้ใช้ 7 ล้านรายในปี 2558 ซึ่งเป็นไปไม่ได้
อย่างไรก็ตาม หลังจากนำเสนอแผนให้กนร.รับทราบแล้ว แผนดังกล่าวจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการร่วมในการกำกับนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาสัมปทานของทีโอทีกับกสทฯ ก่อนนำเรื่องเสนอที่ประชุมครม. เพื่อให้ทีโอทีเริ่มดำเนินการตามแผนใหม่







