
แห่ตรวจเครดิตบูโร
เครดิตบูโรเปิดโพยยอดบัญชีสินเชื่อใหม่ ไตรมาสแรกเพิ่ม 2 แสนบัญชี จับตาเดือน พ.ค. ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโดยสารพุ่ง สะเทือนความสามารถการชำระหนี้
เครดิตบูโรเปิดโพยยอดบัญชีสินเชื่อใหม่ ไตรมาสแรกเพิ่ม 2 แสนบัญชี จับตาเดือน พ.ค. ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโดยสารพุ่ง สะเทือนความสามารถการชำระหนี้
นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรกของปีนี้เครดิตบูโรมีจำนวนบัญชีสินเชื่อ 66 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2554 ที่มีจำนวน 64.8 ล้านบัญชี หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 2 แสนบัญชี แยกเป็นบัญชีสินเชื่อของนิติบุคคล 3.9 ล้านบัญชี บัญชีสินเชื่อส่วนบุคคล 62.10 ล้านบัญชี โดยมีสมาชิกเข้ามาตรวจสอบประวัติทางการเงินจำนวน 4 ล้านบัญชี จากปีที่แล้ว ทั้งปีมีสมาชิกเข้ามาตรวจสอบบัญชีจำนวน 19.18 ล้านบัญชี
“3 เดือนแรกที่ผ่านมา มีเจ้าของข้อมูลมาตรวจสอบประวัติทางการเงินเองจำนวน 1.17 แสนราย จากทั้งปี 2554 มีเข้ามาตรวจสอบ 3 แสนราย และคาดว่าปีนี้จะเข้ามาตรวจสอบประวัติทางการเงินเองเพิ่มขึ้น 5 แสนราย เนื่องจากรัฐบาลมีโครงการต่างๆ เช่น พักหนี้ และมีการขอสินเชื่อใหม่ตามนโยบายใหม่ๆ ของรัฐ รวมทั้งเครดิตบูโรมีขยายช่องทางการตรวจสอบข้อมูลมากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้า” นายสุรพล กล่าว
ทั้งนี้ ในไตรมาสแรกมียอดจำนวนบัญชีสินเชื่อเพิ่มขึ้นประมาณ 2 แสนบัญชี จากสิ้นปีที่แล้ว สะท้อนให้เห็นว่าสถาบันการเงินมีการปล่อยสินเชื่อเพิ่มมากขึ้น สอดคล้องกับอัตรการเติบโตของสินเชื่อไตรมาสแรกของธนาคารพาณิชย์ที่เติบโต 3-4%
นอกจากนี้ คาดการณ์ว่าสินเชื่อทั้งปีจะโต 7-8% ซึ่งเครดิตบูโรก็น่าจะมีอัตราการเติบโต 10% ขึ้นไป โดยเฉพาะปีนี้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มีแนวโน้มเติบโตสูงมาก เนื่องจากอั้นมาจากช่วงปลายปีที่น้ำท่วม ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายลดภาษีสำหรับรถยนต์ครั้งแรก
นายสุรพล กล่าวว่า จากการดูตัวเลขการค้างชำระหนี้ในช่วง 1-2 ที่ผ่านมายังไม่พบสิ่งปกติ แต่ต้องจับตามองเป็นพิเศษในช่วงเดือน มี.ค.เป็นต้นไป โดยเฉพาะในเดือน พ.ค. ที่จะมีการขึ้นค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า และค่ารถโดยสาร ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคมีภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งอาจจะกระทบกับความสามารถการชำระหนี้
“ขณะนี้ก็มีสัญญาณว่าการกดเงินสดเพิ่มขึ้นมาก แสดงว่าลูกค้ามีการชอร์ตเงินระยะสั้น ในขณะที่ยอดการจับจ่ายใช้สอยผ่านบัตรเครดิตลดลง ก็สะท้อนว่าผู้บริโภคมีการประหยัดมากขึ้น” นายสุรพล กล่าว







