
เต้นตรวจแปลงผักชี้ราคาพุ่งตามกลไกตลาด
ณัฐวุฒิลงพื้นที่ตรวจแปลงผักราชบุรี ยอมรับราคาแพงขึ้นเพราะกลไกตลาด อากาศร้อนทำผลผลิตลดลง ค่าปุ๋ย-ค่ายาราคาเพิ่ม
ณัฐวุฒิลงพื้นที่ตรวจแปลงผักราชบุรี ยอมรับราคาแพงขึ้นเพราะกลไกตลาด อากาศร้อนทำผลผลิตลดลง ค่าปุ๋ย-ค่ายาราคาเพิ่ม
เมื่อวันที่ 13 พ.ค. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางไปตรวจสอบราคาพืชผักที่ สำนักงานเกษตรอำเภอดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี พร้อมเยี่ยมแปลงปลูกผักของเกษตรกร
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า หลังจากที่ได้ร่วมพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วเห็นพ้องต้องกันว่า สาเหตุที่ทำให้พืชผักบางรายการขยับตัวสูงขึ้นในช่วงนี้มีหลายปัจจัย ทั้งอุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้อากาศร้อนจัด ผลผลิตทางการเกษตรก็ลดลงทำให้มีราคาสูงขึ้น ปัจจัยการผลิตที่มีราคาสูงขึ้นทั้งค่าปุ๋ย ค่ายา
อย่างไรก็ตามจะรับไปนำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการต่อไป และเรื่องของกลไกทางการตลาดซึ่งถ้าตลาดใดที่มีการผูกขาดราคา ขาดความเป็นเสรีผู้บริโภคก็จะเป็นผู้รับภาระ ราคาสินค้าก็จะแพงขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น
ทั้งนี้ทุกหน่วยงานก็เห็นตรงกันว่าราคาสินค้าน่าจะบวกขึ้นประมาณ 50% จากราคาที่ออกจากแปลง เช่นผักคะน้าที่ออกจากแปลงปลูกราคา 10 บาท ไปสู่ตลาดค้าส่ง ไปสู่ร้านค้าปลีกและถึงผู้บริโภคราคาก็จะอยู่ที่ กก.ละ 15 บาท ซึ่งน่าจะเป็นธรรมกับผู้บริโภค และถือว่าเป็นกลไกทางการตลาดที่มองว่าเป็นธรรม
"ยืนยันว่า ราคาพืชผักในช่วงนี้เป็นไปตามกลไกของตลาด ซึ่งถือว่าปกติและยุติธรรม หลังจากนี้ประมาณเดือนมิ.ย.ราคาก็ลดลงมาและรัฐบาลก็จะไม่ละเลยในการเข้าไปดูแลด้วย"นายณัฐวุฒิกล่าว
นายชนม์ชื่น บุญญานุสาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า ราคาผักที่แพงขึ้นนั้นมีหลายปัจจัย ทั้งสภาพของอากาศที่ร้อนจัด ราคาวัตถุดิบที่เป็นปัจจัยของการผลิตนั้นราคาสูง และกลไกตลาดที่มีการผูกขาด นอกจากนี้พื้นที่ปลูกพืชผักในอำเภอดำเนินสะดวก นั้นก็ลดลงเกษตรกหันไปปลูกพืชยืนต้นเช่นมะพร้าวแทน ทำให้ผลผลิตที่ออกมานั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้ราคาขยับสูงขึ้น







