
ธุรกิจตามหนี้กระอักลูกหนี้เจอพิษเงินเฟ้อ
ธุรกิจตามหนี้สะดุด เบรกขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทเลื่อนขึ้นเงินราชการ
ธุรกิจตามหนี้สะดุด เบรกขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทเลื่อนขึ้นเงินราชการ
นายประชา ชัยสุวรรณ ประธานชมรมผู้ติดตามหนี้ที่เป็นธรรม เปิดเผยถึงสถานการณ์การติดตามหนี้ในช่วงไตรมาสแรกยังคงชะลอตัว เนื่องจากลูกหนี้ยังไม่ฟื้นตัวจากปัญหาน้ำท่วม แต่คาดว่าไตรมาส 2 การจ่ายชำระหนี้น่าจะปรับตัวดีที่ขึ้น เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจเริ่มที่จะฟื้นตัว
“ขณะนี้อัตราการผ่อนชำระยังคงทรงๆ ปัญหาการค้างชำระหนี้ยังไม่น่าเป็นห่วง แต่ก็ต้องติดตามในช่วงไตรมาส 34 หากชะลอการขึ้นค่าจ้างและเลื่อนการขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 1.5 หมื่นบาทออกไป อาจจะส่งผลกระทบการผ่อนชำระเงินบ้าง” นายประชา กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่ค่าครองชีพสูงขึ้นจะส่งผลกระทบความสามารถการผ่อนชำระหนี้ แม้ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท แต่ทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคได้ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ไม่ดีขึ้น
นายประชา กล่าวว่า แนวโน้มการแข่งขันธุรกิจติดตามหนี้รุนแรงมากขึ้น โดยขณะนี้เริ่มมีกลุ่มต่างชาติ เช่น มาเลเซีย และสิงคโปร์ เข้ามาตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ในไทยและเข้ามาประมูลซื้อหนี้เสียจากสถาบันการเงินไปบริหารแล้ว
ในขณะเดียวมีความเป็นห่วงว่าการเปิดเสรีอาเซียน หรือประชาคมอาเซียน ปี 2558 จะทำให้ต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจติดตามหนี้มากขึ้นเช่นกัน โดยผู้ประกอบการไทยที่ไม่มีธนาคารหนุนหลัง อาจจะได้รับผลประทบเพราะมีความเสียเปรียบด้านเงินทุนที่น้อยกว่าต่างชาติ
“ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่มีนโยบายจะไม่ให้สินเชื่อสนับสนุน หรือเงินกู้กับบริษัทติดตามหนี้ ที่จะเป็นเงินทุนไปซื้อหนี้ด้อยคุณภาพมาบริหาร เนื่องจากธนาคารมองไม่เห็นโอกาสการทำธุรกิจนี้ เหมือนกับธุรกิจเอสเอ็มอีหรือธุรกิจด้านการผลิตอื่นๆ ไม่เช่นนั้นธนาคารคงจะไม่ขายและเกรงว่ามีความเสี่ยงสูงจึงไม่สนับสนุนสินเชื่อ ทำให้ธุรกิจการติดตามหนี้ของคนไทยไม่สามารถแข่งขันกับบริษัทต่างประเทศได้ที่มีต้นทุนการเงินที่ต่ำกว่า” นายประชา กล่าว







