posttoday
ธปท.ยันเศรษฐกิจดี

ธปท.ยันเศรษฐกิจดี

13 พฤษภาคม 2555

นับว่าเป็นข่าวดีภาวะเศรษฐกิจไทยเริ่มที่จะกระเตื้องขึ้น โดยล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้สรุปทบทวนภาวะเศรษฐกิจไทยประจำปี 2555 โดยมีความเห็นว่าการดำเนินนโยบายต่างๆ ของหน่วยงานภาครัฐของไทย ช่วยให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวจากอุทกภัยได้อย่างรวดเร็ว และคาดว่าในปี 2555 จะขยายตัว 5.5% และในปี 2556 ขยายตัว 7.5%

นับว่าเป็นข่าวดีภาวะเศรษฐกิจไทยเริ่มที่จะกระเตื้องขึ้น โดยล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้สรุปทบทวนภาวะเศรษฐกิจไทยประจำปี 2555 โดยมีความเห็นว่าการดำเนินนโยบายต่างๆ ของหน่วยงานภาครัฐของไทย ช่วยให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวจากอุทกภัยได้อย่างรวดเร็ว และคาดว่าในปี 2555 จะขยายตัว 5.5% และในปี 2556 ขยายตัว 7.5%

ไอเอ็มเอฟ ระบุว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่ดีในระยะสั้น แต่ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและความคืบหน้าของมาตรการป้องกันอุทกภัย

พร้อมทั้งแนะนำว่าภาครัฐควรทยอยปรับลดมาตรการกระตุ้นต่างๆ ปรับลดเงินอุดหนุนตามโครงการต่างๆ และยกเลิกรายการลดหย่อนภาษี เพื่อลดภาระและรักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการคลังไว้ ส่วนนโยบายค่าจ้างขั้นต่ำควรดำเนินควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของแรงงาน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน

ในขณะเดียวกันสถาบันจัดอันดับฟิทช์ เรทติ้งส์ ปรับแนวโน้มตราสารหนี้ระยะยาวสกุลบาทของรัฐบาลไทยเป็น “มีเสถียรภาพ” จากเดิม “ลบ” ส่วนเรตติ้งยังคงไว้ที่ A

สอดคล้องกับมุมมองของนายแบงก์ใหญ่ “ชาตรี โสภณพนิช” ประธานกรรมการธนาคารกรุงเทพ มองเศรษฐกิจไทยขยายตัวต่อเนื่องอีก 2-3 ปี ภาวะเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ดีต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 2-3 ปี หนุนให้ธุรกิจธนาคารพาณิชย์สดใส เนื่องจากภาพรวมยังไม่มีปัจจัยที่น่ากังวล แม้ว่าขณะนี้ราคาสินค้าและต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น แต่กำลังซื้อของประชาชนโดยเฉลี่ยก็เพิ่มขึ้นจากนโยบายของรัฐบาล

บาทแข็งรับเงินไหลเข้า

อีกประเด็นหนึ่งน่าสนใจ คือเงินนอกไหลทะลักเข้าไทยในรอบ 4 เดือนแรก เงินไหลเข้า 2.3 แสนล้านบาท กระทบค่าเงินบาทแข็งค่า 1.81% จากการเปิดเผยของ สิงห์ชัย บุณยโยธิน ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ค่าเงินบาทจากต้นปีนี้ถึงปัจจุบันปรับแข็งค่าขึ้น 1.81% มีค่าความผันผวนประมาณ 4% ลดลงจากช่วงเดือน มี.ค. ที่เคยผันผวนสูงถึง 67% ซึ่งค่าความผันผวนที่ลดลงเป็นไปตามปัญหาหนี้ในยุโรปที่ผ่อนคลาย

ทั้งนี้ จากต้นปีนี้ถึงวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา เงินทุนไหลเข้าสุทธิรวมประมาณ 2.3 แสนล้านบาท โดยเข้ามาลงทุนในตลาดพันธบัตรไทย 5,120 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.57 แสนล้านบาท ไหลเข้าในตลาดหุ้นไทยสุทธิ 2,733 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 8.1 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตามยังต้องจับตาปัญหาหนี้สาธารณะของยุโรป โดยเฉพาะในสเปนและอิตาลี และภาวะเศรษฐกิจยุโรป

ยอดนำเข้าทองเดือน มี.ค.พุ่ง 235%

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรกปี 2555 ความต้องการนำเข้าทองคำของไทยยังอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยมีการนำเข้าทองคำทั้งสิ้น 1.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.65 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 16.26% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน

ขณะที่ตัวเลขการนำเข้าทองคำในช่วงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ก็มีการนำเข้าทองคำมากถึง 6.78 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อนถึง 4.76 หมื่นล้านบาท หรือ 235% เนื่องจากเป็นช่วงที่ราคาทองคำโลกมีทิศทางทรงตัวและลดลง ทำให้มีความต้องการซื้อทองคำจากนักลงทุนในประเทศเพื่อลงทุนมีมากขึ้น

ธปท.ยันเศรษฐกิจดี

 

หนี้เน่าเพิ่ม

ธปท.รายงานยอดหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในระบบสถาบันการเงิน ล่าสุด ณ สิ้นไตรมาสแรกปีนี้ มีเอ็นพีแอลสุทธิหลังหักกันสำรองหนี้สูญแล้ว 1.32 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 1.32% ของสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้น 2,426 ล้านบาท คิดเป็น 1.87% ของสินเชื่อรวม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่มี 1.3 แสนล้านบาท คิดเป็น 1.35% ของสินเชื่อรวม ซึ่งการเพิ่มขึ้นของเอ็นพีแอลไม่น่าห่วงมากนัก เนื่องจากหากพิจารณาจากสัดส่วนหนี้เสียต่อสินเชื่อรวมทั้งระบบแล้วยังไม่ถือว่าสูงขึ้นมากนัก


แห่เข้าโครงการพักหนี้

เล็กอุทัย รมช.คลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการพักนี้เกษตรกรรายย่อยและประชาชนผู้มีรายได้น้อย ที่มีหนี้คงค้างต่ำกว่า 5 แสนบาทต่อราย ว่าในช่วง 2 วันที่เปิดรับลงทะเบียนมีประชาชนยื่นความจำนงกว่า 7.04 หมื่นราย มูลหนี้รวมกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ โครงการพักหนี้ให้ลูกหนี้ที่สนใจยื่นความจำนงเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค.-20 ส.ค. 2555 มีเป้าหมายของกลุ่มลูกหนี้ที่เข้าข่ายพักชำระหนี้ในโครงการนี้ 3.8 ล้านราย มูลหนี้ 4.6 แสนล้านบาท

กลต.เชือด ‘ฉาย’ พร้อมพวกปั่นหุ้น

แวดวงตลาดหุ้นมีข่าวที่สร้างความฮือฮา หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษ ฉาย บุนนาค และพวกรวม 15 คน กรณีการปั่นหุ้นและวอร์แรนต์ 12 ตัว ในช่วงปี 2551-2553 โดยยื่นเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ในส่วนของ กมล เอี้ยวศิวิกูล ในฐานะมีส่วนรู้เห็นหรือตกลงร่วมกับฉายในการ สร้างราคาหลักทรัพย์บริษัท ทรัพย์ศรีไทย (SST) แต่กมลได้ยินยอมเข้ารับการเปรียบเทียบความผิด โดยคณะกรรมการเปรียบเทียบเมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2555 และได้ชำระค่าปรับจำนวน 5 แสนบาท ตามคำสั่งของคณะกรรมการเปรียบเทียบทำให้คดีอาญายุติตามนัยมาตรา 317 แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ

ด้านมัณฑิกา ขุนโหร ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนช่วยเหลือฉายในการสร้างราคาหลักทรัพย์ SST โดยขณะเกิดเหตุเป็นเจ้าหน้าที่การตลาดบริษัทหลักทรัพย์ ซีมิโก้และไท บุญปราศภัย ให้การสนับสนุนสร้างราคาหลักทรัพย์บริษัท ไซแมท เทคโนโลยี (SIMAT) ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญบริษัท สตาร์ ซานิทารีแวร์ (STARW) บริษัท อะโกร อินดัสเตรียล แมชชีนเนอรี่ (AMAC) และหุ้นบริษัท ไลท์ติ้ง แอนด์ อีควิปเม้นท์ (L&E) ขณะเกิดเหตุเป็นเจ้าหน้าที่การตลาดของบริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป

ผลจากการกล่าวโทษดังกล่าว มีผลให้ทั้งสองบุคคลมีลักษณะต้องห้ามของบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ก.ล.ต. จึงได้เพิกถอนการได้รับความเห็นชอบการเป็นผู้แนะนำการลงทุนด้วย

หุ้นดิ่งกังวลกรีซ-ตัวเลขศก.จีน

ด้านตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับตัวลดลงแรงตามตลาดหุ้นต่างประเทศและแรงขายของต่างชาติ จากความกังวลการเมืองของกรีซ ซึ่งอาจส่งผลต่อการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และกลุ่มอียู รวมถึงข้อมูลการค้าระหว่างประเทศที่แย่กว่าคาดของจีน ทำให้นักลงทุนไม่มั่นใจในการลงทุน ส่งผลให้ดัชนีหลุด 1,200 จุด

ดัชนีปิดท้ายสัปดาห์ที่ระดับ 1,191.01 จุด ลดลง 2.97% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 13.50% จากสัปดาห์ก่อนมาอยู่ที่ 40,033.86 ล้านบาท โดยต่างชาติขายสุทธิ 8,108 ล้านบาท นักลงทุนสถาบัน และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิเช่นกัน ขณะที่นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท