
สละลอยแก้วชาววังของดีปากช่อง รับรองติดใจชัวร์
ใครอยากรับประทาน “สละลอยแก้ว” รสชาติหวานเย็นชื่นใจ
โดย...สมชาย บุญเหลือ
ใครอยากรับประทาน “สละลอยแก้ว” รสชาติหวานเย็นชื่นใจ คงหารับประทานได้ไม่ยาก มีขายอยู่ทั่วไปตามท้องตลาด ยิ่งหน้าร้อนแบบนี้ สละลอยแก้วจึงกลายเป็นของหวานดับร้อน รับประทานเมื่อไหร่ก็ชื่นใจก็เมื่อนั้น แต่ถ้าอยากจะรับประทานสละลอยแก้วรสชาติกลมกล่อม กำลังดี ไม่หวาน ไม่เปรี้ยว และไม่เค็มจนเกินไป ก็ต้องเลือกให้มากสักหน่อย สิ่งสำคัญเนื้อสละที่นำมาลอยแก้วต้องสด ถึงจะอร่อยเข้าขั้น
ผมมีโอกาสไปที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา มีคนแนะนำให้รู้จักกับ “พี่หญิงใหญ่” หรือ ม.ร.ว.หญิงลักษมีฉัตร วรวรรณ ภริยาของ “หม่อมเชน” ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ นักเขียนและช่างภาพสัตว์ป่ามือหนึ่งของเมืองไทย พี่หญิงใหญ่หันหลังให้เมืองกรุงอันศิวิไลซ์กว่า 20 ปีแล้ว ทิ้งความสะดวกสบายในเมืองหลวง มาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติป่าเขาลำเนาไพร และยึดอาชีพทำสวน
พี่หญิงใหญ่หันมาปลูกสละ ผลไม้ที่เคยปลูกกันมากในภาคตะวันออกของประเทศ ถ้าไม่เห็นกับตาคงไม่รู้ว่าที่ อ.ปากช่อง สามารถปลูกสละได้ ที่อะเมซิงไปกว่านั้น คือ สละที่นี่ให้ผลผลิตทั้งปี ไม่ต้องรอรับประทานเฉพาะหน้าที่ออกผลอีกต่อไป
“ไร่มาลีวรรณ” พี่หญิงใหญ่ตั้งใจอย่างแน่แน่วว่า จะปลูกสละขายเพื่อนำผลผลิตที่ได้มาเลี้ยงครอบครัว เหตุผลที่ตัดสินใจปลูกสละ เนื่องจากช่วงที่ตัดสินใจยึดอาชีพทำไร่ เห็นว่าสละราคาดีมาก ซื้อขายกันอยู่ที่ กก.ละ 350 บาท เมื่อ 20 ปีก่อน พันธุ์ที่นำมาปลูกเป็นพันธุ์ดัง ลุงสมบัติ คุ้มวง ให้มาคือ พันธุ์เนินวงและพันธุ์หม้อนั่นเอง
แรกๆ ก็เริ่มปลูกบริเวณรอบบ้านพักบนเนื้อที่ 1 ไร่เศษ ใช้เวลาปลูก 7 ปี ก็ให้ผลผลิต แต่พอปลูกสละอย่างจริงจังได้สักพัก ราคาก็ตกลงมาเรื่อยๆ เนื่องจากผลผลิตในท้องตลาดมีมาก ไหนจะมีระกำ รูปร่างหน้าตาคล้ายกัน แต่ราคาถูกกว่าเยอะ คนเลยหันไปรับประทานระกำกันมากขึ้น ทำให้ราคาสละตามท้องตลาดเหลือแค่ 30-40 บาท/กก.เท่านั้น
พี่หญิงใหญ่เลยคิดสร้างมูลค่าให้กับสละ ด้วยการนำมาแปรรูปเป็นสละลอยแก้ว เคยนำสละมาทำเป็นแยมสละ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ลูกค้าไม่ค่อยนิยม แต่สำหรับสละลอยแก้วยอดขายเพิ่มมากขึ้นทุกปี จนเลิกขายผลสด นำมาแปรรูปขายแบบลอยแก้วเพียงอย่างเดียวเป็นธุรกิจหลักของบ้าน ยอดขายสละลอยแก้วตลอด 20 ปีที่ผ่านมา สามารถนำมาใช้จ่ายในครอบครัวได้อย่างสบาย
สละในไร่มาลีวรรณที่ปากช่องแห่งนี้มีทั้งหมด 1,700 ต้น บนพื้นที่หลายสิบไร่ ถือว่าเป็นสวนใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน ที่สำคัญให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี เนื่องจากบังคับให้ออกผลได้ทุกฤดู โดยมีคนสวนผู้ชำนาญการผสมเกสรเป็นผู้ดูแล การปลูกสละจึงไม่ใช่นำต้นมาปลูกแล้วรอเก็บเกี่ยวผลผลิตเท่านั้น แต่ต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และความใส่ใจด้วย
เคล็ดลับในการบังคับให้สละออกผลทั้งปี คือ การผสมเกสรให้กับต้นสละตัวเมีย ทางไร่สละมาลีวรรณจะนำเกสรตัวผู้ที่เก็บได้จากต้นภายในสวนแล้วนำมาอบแห้ง ตามกรรมวิธีที่เป็นความลับ เพื่อเก็บเกสรตัวผู้ไว้ใช้ผสมให้กับต้นตัวเมียในฤดูที่ไม่ใช่หน้าออกผลผลิต เคล็ดลับตรงจุดนี้เองเลยทำให้ไร่สละมาลีวรรณบังคับให้ต้นสละออกผลได้ทั้งปีนั่นเอง
หลังจากผสมกันเพียง 1 ชั่วโมงก็จะติด แม้ฝนจะตกลงมาเกสรตัวผู้ก็ไม่หลุดร่วง เคล็ดลับตรงนี้นี่เองเลยทำให้มีผลผลิตตลอดตามที่ต้องการ จากนั้นรอเพียง 9 เดือน ก็สามารถเก็บผลสะไปลอยแก้วได้ สิ่งที่พี่หญิงใหญ่คำนึงมาก คือ สละที่ไร่แห่งนี้ปลอดสารพิษทุกชนิด ใช้ปุ๋ยคอกและปุ๋ชีวภาพทั้งหมด ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีเลย ผู้บริโภคจึงไม่ต้องกังวล ปลอดภัยหายห่วง ไม่มีสารพิษสะสมในร่างกายอย่างแน่นอน
พี่หญิงใหญ่ให้ชาวบ้านในชุมชนมาเป็นคนงานมาทำหน้าที่คว้านเนื้อสละ เพื่อให้ได้เนื้อมากที่สุด ถ้าเนื้อติดเม็ดมากก็ทำให้เสียหายเยอะ แต่ถ้าคว้านแล้วเนื้อไม่สวยบางส่วนขาดออกจากกัน ก็ต้องคัดไปเป็นอีกเกรดหนึ่ง เมื่อคว้านแล้วจะดองไว้ 1520 วัน แล้วแยกมาบรรจุถุงเล็กๆ ขายถุงละ 25 บาท กลุ่มลูกค้าจะอยู่ใน กทม.ส่งไปที่ร้านกัลปพฤกษ์ เซ็นทรัลเวิลด์ และโรงแรมราชพฤกษ์ที่โคราช รวมถึงร้านอาหารทั่วไปที่ อ.ปากช่อง และอำเภอใกล้เคียง
สำหรับส่วนผสมของสละลอยแก้วไร่สละมาลีวรรณ คือ ใช้น้ำตาลและเกลือตามสูตรพี่หญิงใหญ่ จุดเด่นอยู่ตรงที่ความสดของเนื้อสละ แตกต่างจากที่อื่นอย่างแน่นอน เพราะสละที่ไร่เก็บมาแล้วจะปอกและคว้านเพื่อลอยแก้วทันที จึงทำให้สด สละลอยแก้วสูตรพี่หญิงใหญ่จะมี 3 รส คือ เปรี้ยว เค็ม หวาน กลมกล่อมกำลังดี
สละลอยแก้วแห่งไร่มาลีวรรณ อ.ปากช่อง จะไม่มีแบรนด์ติดหราเหมือนกับสละลอยแก้วทั่วไป เพราะเขาต้องการให้ร้านค้าทั่วไปสามารถนำไปติดแบรนด์ได้เองตามต้องการ ใครอยากชิมสละลอยแก้วไร้แบรนด์ แต่รสชาติชาววัง ต้องมาหาแถวปากช่อง รับรองรสชาติ ถูกปาก สิ่งสำคัญมีให้รับประทานทั้งปีครับ







