
เศรษฐพงค์ ประธาน กทค. ลั่น "ไม่มีอะไรหยุดประมูล 3จี ได้"
โดย...ณัฐวรรณ ฉลองขวัญ
โดย...ณัฐวรรณ ฉลองขวัญ
“ตอนนี้ทุกอย่างกำลังเดินหน้า ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันร่างประกาศต่างๆ ที่จะเชื่อมโยงถึงการประมูล การเร่งสรุปรูปแบบและราคาเริ่มต้น และโดยส่วนตัวมั่นใจว่าการประมูล 3จี ที่ทุกคนรอคอยจะเกิดขึ้น ไม่มีกระบวนการหรืออุปสรรคใดมาขัดขวางได้อย่างแน่นอน”
เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. ประกาศด้วยความมั่นใจว่าการประมูลใบอนุญาตให้บริการ หรือไลเซนส์ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ที่ตามกรอบเวลาจะสามารถเปิดประมูลได้ในเดือน ต.ค.นี้ หลังแผนแม่บทหลัก คือแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ และแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ตามกรอบเวลาที่วางไว้ คือคณะอนุกรรมการการประมูล 3จี จะสรุปรูปแบบการประมูลและวิธีการประมูล เพื่อส่งให้ กทค.พิจารณาให้เสร็จภายในเดือน พ.ค.นี้ รวมทั้งราคาเริ่มต้น ซึ่งรูปแบบการประมูลที่มีแนวโน้มเป็นไปได้สูงสุด คือแบ่งคลื่นความถี่ที่มีอยู่ 45 เมกะเฮิรตซ์ ออกเป็น 9 ใบ ใบละ 5 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อเปิดให้ทั้งรายเล็กและรายใหญ่มีสิทธิเข้าประมูลอย่างเท่าเทียมกัน
“การแบ่งย่อยเป็นใบละ 5 เมกะเฮิร์ตซ เพื่อให้รายเล็กเข้าร่วมประมูลได้ เพราะ กสทช.จะมีร่างประกาศที่กำหนดว่าต้องแชร์สถานีฐานให้กับรายอื่นเช่าด้วย นอกจากนี้จะกำหนดด้วยว่า ผู้เข้าร่วมประมูลสามารถถือครองคลื่นความถี่ได้เท่าไหร่ ขณะนี้มีตัวเลือกระหว่าง 15 หรือ 20 เมกะเฮิรตซ์” รองประธาน กสทช.กล่าว
รูปแบบดังกล่าวจะแตกต่างจากรูปแบบเดิมที่เปิดประมูลใบละ 15 เมกะเฮิรตซ์ รวม 3 ใบ แต่แบ่งการประมูลออกเป็น 2 ครั้ง ครั้งแรก 2 ใบ และครั้งที่ 2 อีก 1 ใบ โดยราคาสุดท้ายของการประมูลครั้งแรก คือราคาเริ่มต้นของการประมูลครั้งที่ 2 ซึ่งการที่มีเพียง 3 ใบ เหมือนเป็นการจำกัดให้กับรายใหญ่ที่มีอยู่ในตลาดเท่านั้น ขณะที่รายเล็กที่มีทุนน้อยไม่สามารถเข้าร่วมประมูลได้
นอกจากรูปแบบการประมูลแล้ว วิธีการประมูลก็ถือเป็นส่วนสำคัญที่หลายฝ่ายกำลังจับตา ซึ่งจากผลการศึกษาวิธีการประมูลทั่วโลก วิธีที่น่าสนใจในขณะนี้ คือการประมูลแบบแพ็กเกจ (Package Clock Auction) คือกำหนดราคาเริ่มต้นว่าใบละเท่าไร ยกตัวอย่างเช่นใบละ 3,000 ล้านบาท แล้วเปิดให้ผู้ที่ต้องการประมูลแสดงความจำนงว่าต้องการกี่ใบ หากมีจำนวนความต้องการสูงกว่าไลเซนส์ที่มี ก็จะขยับราคาให้สูงขึ้นจนกว่าดีมานด์และซัพพลายจะพอดีกัน
ไม่เพียงแต่รายละเอียดเกี่ยวกับการประมูลเท่านั้น ที่ กทค.กำลังเร่งดำเนินการ ร่างประกาศต่างๆ ที่จะช่วยเสริมให้ 3จีที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะร่างประกาศการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วม (Network Sharing) และประกาศชนิดผู้ให้บริการ (Telecommunication Facilitator)
ร่างประกาศทั้งสองฉบับจะช่วยลดการลงทุนซ้ำซ้อน และทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถเข้าสู่ตลาดโดยไม่จำเป็นต้องลงทุนโครงข่าย หรือเสาสถานีฐานด้วยตัวเอง ถือเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดผลประโยชน์สูงสุด
รวมทั้งร่างประกาศ กสทช.ว่าด้วยเรื่องการกำหนดข้อห้ามการกระทำที่มีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว พ.ศ. 2554 ที่ได้ปรับปรุงรายละเอียดบางอย่างให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.การประกอบ ธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ของกระทรวงพาณิชย์
ส่วนประเด็นที่ว่าห้ามต่างชาติสามารถมีส่วนในการแต่งตั้ง หรือควบคุมคณะกรรมการ หรือผู้บริหารระดับสูงได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการรับฟังความเห็นสาธารณะ หรือประชาพิจารณ์ ซึ่งการผลักดันร่างประกาศทั้ง 3 ฉบับ จะเสร็จสิ้นทั้งหมดในเดือน ก.ค. เพื่อให้ทันกับการประมูล 3จีเดือน ต.ค.
ขณะที่ประเด็นร้อนแรงอย่างสัญญาให้บริการ 3จี ระหว่างกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น และ กสท โทรคมนาคม รองประธาน กสทช.ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า จะตรวจ สอบเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับ กสทช. คือมาตรา 46 พ.ร.บ.กสทช.ที่ กสทฯ ห้ามโอนสิทธิในการใช้คลื่นความถี่ไปให้ผู้อื่น และ พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 กรณี บริษัท บีเอฟเคที ไม่เคยได้รับไลเซนส์ใดๆ จาก กสทช.เลย ซึ่งขณะนี้คณะอนุกรรมการกำลังตรวจสอบทั้งหมด โดยขอขยายเวลาออกไปอีก 15 วัน
“กสทช.ไม่ได้มีสิทธิยกเลิกสัญญา เพราะหากตรวจสอบแล้วสัญญานี้ผิดจริงก็จะต้องเสนอแนวทางแก้ไข หรือปรับเปลี่ยนให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้กระทบกับลูกค้าที่มีอยู่ในปัจจุบันด้วย” เศรษฐพงค์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่ กสทช. เพราะมีหลายหน่วยงานที่ตรวจสอบสรุปแล้วว่าการทำสัญญาครั้งนี้ไม่ผ่าน พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 ซึ่งครอบคลุมทั้งหมดแล้ว เพราะหากเข้าข่ายไม่ถูกต้อง พ.ร.บ.ร่วมทุนก็ส่งผลกระทบต่อสัญญาอยู่ดี แม้ว่าจะดำเนินการตาม พ.ร.บ.กสทช.ก็ตาม
ดูเหมือนว่าขณะนี้ กสทช.มีความพร้อมเต็มที่ที่จะเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างจริงจังกับการประมูลไลเซนส์ 3จี หลังจากที่ต้องเหี่ยวเฉากันมานานกว่าทศวรรษ นับถอยหลัง ต.ค.นี้ ประเทศไทยจะได้เห็นการประมูล 3จี เกิดขึ้นแน่นอน







