posttoday
Horti Asia 2012 ปั้นไทยสู่ฮับซื้อเกษตรอาเซียน

Horti Asia 2012 ปั้นไทยสู่ฮับซื้อเกษตรอาเซียน

12 พฤษภาคม 2555

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

ไทยเป็นประเทศส่งออกผัก ผลไม้ ดอกไม้และกล้วยไม้รายใหญ่ของโลก มีมูลค่าการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก แต่การเปิดเขตการค้าเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ไทยยังต้องเร่งปรับตัวให้สามารถแข่งขันในตลาดสินค้าเกษตรอาเซียนให้ได้ เพราะนับวันตลาดสินค้าเกษตรจะกว้างมากขึ้น

การจัดงานฮอร์ติ เอเชีย 2012 (Horti Asia 2012) งานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพืชพรรณ ผัก ผลไม้ ดอกไม้และกล้วยไม้ ระหว่างวันที่ 9-11 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติ ไบเทค นับเป็นการจัดงานครั้งแรกในไทย เพื่อหวังช่วยผลักดันตลาดพืชผัก ผลไม้ ดอกไม้และกล้วยไม้ของไทยให้เป็นที่รู้จัก รวมทั้งสร้างโอกาสในการขยายตลาดใหม่ๆ มากขึ้น โดยมีเป้าหมายให้เป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การซื้อขายอุตสาหกรรมพืชผัก ผลไม้ ดอกไม้และกล้วยไม้ในภูมิภาคอาเซียน

ธรรมรัตน์ หวั่งหลี ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ไทยสร้างรายได้จากการส่งออกพืชผัก ผลไม้ ดอกไม้และกล้วยไม้ปีละหลายพันล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ปัจจุบันในภูมิภาคเอเชียยังไม่มีตลาดกลางระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ในอุตสาหกรรมพืชผัก ผลไม้ ดอกไม้และกล้วยไม้

ดังนั้น กระทรวงเกษตรฯ จึงมีหน้าที่ผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าในอุตสาหกรรมการเกษตรในภูมิภาคอาเซียน เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกและยังเป็นการแสดงศักยภาพให้โลกเห็นถึงความเป็นครัวโลกได้ด้วย

ปัจจุบันไทยเป็นประเทศส่งออกผัก ผลไม้ และดอกไม้รายใหญ่อันดับ 6 ของโลก ปี 2554 ที่ผ่านมา มีมูลค่าส่งออกสูงถึง 826.23 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2.56 หมื่นล้านบาท (คิดที่อัตราแลกเปลี่ยน 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10% จากปี 2553

ลัดดา มงคลชัยวิวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ็น.ซี.ซี.เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ (นีโอ) ในฐานะผู้จัดงานฮอร์ติ เอเชีย 2012 กล่าวว่า อาเซียนเป็นกลุ่มประเทศที่กำลังเจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดด รวมทั้งการจะมีเขตการค้าเสรีในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ ยิ่งทำให้งานฮอร์ติ เอเชีย 2012 ซึ่งเป็นงานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพืชพรรณ ผัก ผลไม้ ดอกไม้และกล้วยไม้แห่งภูมิภาคเอเชียมีความสำคัญมากขึ้น เพราะจะช่วยให้การจัดการอุตสาหกรรมการเกษตรในองค์รวมของไทยมีประสิทธิภาพสูงขึ้น สามารถเพิ่มผลผลิตได้ดีขึ้น

“การจัดงานครั้งนี้ เหมือนเป็นศูนย์กลางตลาดกลางระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งตัวเจ้าของสินค้าเกษตรได้มีโอกาสเจอกันโดยตรง เพื่อจับคู่เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปต่อยอดผลผลิต ซึ่งจะเสริมศักยภาพการแข่งขัน เพิ่มขีดความสามารถของเกษตรกร ผู้ประกอบการและผู้ส่งออกของไทย”

การจัดงานฮอร์ติ เอเชีย 2012 ครั้งนี้ ยังมีผู้สนใจเข้าร่วมแสดงสินค้า ทั้งผู้ผลิตและผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมไม่ต่ำกว่า 250 บริษัท ทั้งจากไทยและต่างประเทศ เช่น เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส อิสราเอล อิตาลี เยอรมนี สหรัฐ จีน ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ เป็นต้น

ขณะเดียวกันผู้ประกอบการส่งออกกล้วยไม้รายย่อยอย่าง ฤดี ดีสวัสดิ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายและการตลาด กลุ่มวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมการผลิตกล้วยไม้เพื่อการส่งออก จ.นครปฐม แสดงความคาดหวังว่าไทยจะเป็นศูนย์กลางตลาดกลางระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายพืชผัก ผลไม้ ดอกไม้และกล้วยไม้ในภูมิภาคเอเชียได้ไม่ยาก อย่างครั้งนี้ก็มีลูกค้าจากต่างประเทศให้ความสนใจเข้ามาติดต่อแล้ว เช่น เยอรมนี อินเดียและฟิลิปปินส์

ด้าน อุดม ฐิตวัฒนะสกุล นายกสมาคมไม้ประดับแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ยังไม่คาดหวังว่าไทยจะยกระดับเป็นศูนย์กลางตลาดซื้อขายในภูมิภาคเอเชียได้จริงทันที เพราะเพิ่งเริ่มต้นเป็นปีแรก แต่ก็ทำให้ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสออกมาแสดงศักยภาพให้ลูกค้าใหม่ๆ ได้เห็น ซึ่งจะช่วยทำให้ผู้ประกอบการไทยทำตลาดได้กว้างขึ้น จากเดิมที่เคยต้องส่งออกผ่านพ่อค้าคนกลาง

ขณะที่ตัวแทนผู้ประกอบการส่งออกเมล็ดพรรณพืชผักรายใหญ่ของไทย มองว่าเป้าหมายการเป็นตลาดกลางคงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเกษตรกรรายย่อย เพราะมีขั้นตอนการทำงานยุ่งยาก เช่น ต้องทำความเข้าใจกับเกษตรกรในเรื่องของการส่งออก การเรียกเก็บเงินลูกค้าต่างประเทศ การสร้างแบรนด์สินค้าตัวเอง

“สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้ติดตลาดได้ ตอนนี้เราเพิ่งก้าวไปขั้นแรกเท่านั้น คือ การเปิดโอกาสและเปิดโลกให้เกษตรกรรายย่อยได้มาเห็นเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อนำมาปรับและต่อยอดกับผลผลิตตัวเอง คงต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4-5 ปีกว่าจะไปถึงจุดที่หวังไว้” อุดม ย้ำ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท