
ดีเดย์จ่ายน้ำท่วม2หมื่น
5 แสนครัวเรือนได้เฮ เริ่มจ่ายค่าซ่อมบ้านไม่เกินหลังละ 2 หมื่นบาทในสัปดาห์หน้า
5 แสนครัวเรือนได้เฮ เริ่มจ่ายค่าซ่อมบ้านไม่เกินหลังละ 2 หมื่นบาทในสัปดาห์หน้า
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้อนุมัติเพิ่มวงเงินทดรองราชการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมกรณีซ่อมแซมที่อยู่อาศัยไม่เกิน 2 หมื่นบาทต่อหลัง กรณีเสียหายบางส่วน และไม่เกิน 3 หมื่นบาท กรณีเสียหายทั้งหลังเรียบร้อยแล้ว ส่วนการจ่ายเงินให้กับประชาชนเป็นขั้นตอนที่จังหวัดต้องดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม มีการตกลงกันระหว่างจังหวัด กรมบัญชีกลาง และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยมอบหมายให้จังหวัดเสนอแผนการจ่ายเงินให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ เพื่อให้การจ่ายเงินช่วยเหลือเป็นไปโดยเร็ว
น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า จังหวัดที่ได้รับอนุมัติเงินทดรองได้แจ้งมาที่กระทรวงว่า การจ่ายเงินค่าซ่อมแซมบ้านจะเริ่มตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป ซึ่งมีบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม และได้รับอนุมัติการช่วยเหลือล่าสุดประมาณ 5.3 แสนหลัง
จ.ลพบุรี เริ่มจ่ายวันที่ 14 พ.ค. จำนวนบ้านเรือน 2.05 หมื่นหลัง จ.ปทุมธานี เริ่มจ่าย 21 พ.ค. จำนวนบ้านเรือน 2.3 แสนหลัง จ.สมุทรสาคร เริ่มจ่าย 25 พ.ค. จำนวนบ้านเรือน 1.16 หมื่นหลัง จ.นนทบุรี ยังไม่มีการระบุวันเริ่มจ่ายเงิน จำนวนบ้านเรือน 1.59 แสนหลัง และกรุงเทพมหานคร ยังไม่ระบุวันเริ่มจ่ายเงิน จำนวนบ้านเรือน 1.12 แสนหลัง
ว่าที่ ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต รองอธิบดี ปภ. ระบุว่า กรมบัญชีกลางอนุมัติวงเงินทดรองราชการช่วยเหลือค่าซ่อมแซมบ้านในวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา และ ปภ.ได้แจ้งจังหวัดเมื่อวันที่ 9 พ.ค. ส่วนที่เหลือเป็นหน้าที่ของจังหวัดในการจัดทำแผนการจ่ายเงินช่วยเหลือให้ประชาชน ซึ่งการจ่ายเงินจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับจำนวนบ้านเรือนด้วย
แหล่งข่าวจาก ปภ. เปิดเผยว่า จ.ปทุมธานี ได้รับอนุมัติวงเงินช่วยค่าซ่อมบ้าน 4,290 ล้านบาท จ.นนทบุรี 1,960 ล้านบาท กรุงเทพมหานคร 1,915 ล้านบาท จ.ลพบุรี ประมาณ 400 ล้านบาท และ จ.สมุทรสาคร ประมาณ 70 ล้านบาท ทำให้วงเงินได้รับอนุมัติช่วยเหลือซ่อมบ้านครั้งนี้เป็นวงเงินทั้งสิ้น 7,750 ล้านบาท
ขณะที่นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า สบน.ได้ดำเนินการกู้เงินจากธนาคารกรุงไทย วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ยประมาณ 3% เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งวงเงินกู้ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของวงเงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อลงทุนวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ โดยวงเงินดังกล่าวพร้อมเบิกจ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. 2555
ผู้อำนวยการ สบน. กล่าวว่า แผนการกู้เงินตาม พ.ร.ก. ในส่วนแรกมีจำนวน 3 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 2 หมื่นล้านบาท จะดำเนินการกู้ตามความคืบหน้าของโครงการที่รัฐบาลเห็นชอบ







