
ธปท.ชี้ตัวเลขเงินเฟ้อพณ.ข้อมูลจริง
ธปท.เชื่อตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนเม.ย.ที่ต่ำเพียง 2.47% ของกระทรวงพาณิชย์สะท้อนข้อมูลจริง ชี้ถึงเงินเฟ้อต่ำแต่ไม่ได้หมายความว่าของไม่แพง
ธปท.เชื่อตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนเม.ย.ที่ต่ำเพียง 2.47% ของกระทรวงพาณิชย์สะท้อนข้อมูลจริง ชี้ถึงเงินเฟ้อต่ำแต่ไม่ได้หมายความว่าของไม่แพง
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า ถึงอัตราเงินเฟ้อทั่วที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศในเดือนเม.ย.ปีนี้จะต่ำเพียง 2.47% แต่คงไม่ใช่ตัวเลขที่ต่ำกว่าความเป็นจริงแต่อย่างไร แม้ว่าจะสวนกับภาวะค่าครองชีพและราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องก็ตาม ธปท.เชื่อว่าการวัดเงินเฟ้อของทางราชการยังเชื่อมั่นได้ ซึ่งถ้าดูปัจจัยของฐานระยะเดียวกันปีก่อนแล้วเงินเฟ้อทั่วไปสูงเกิน 4% พอมาเทียบกับปัจจุบันมันจะลดลง
“แต่การที่เงินเฟ้อลดลงก้ไม่ได้หมายความว่าสินค้าจะราคาถูกลง แต่ราคามันยังแพงขึ้นอยู่ เพียงแต่แพงขึ้นในอัตราที่ลดลง และเมื่อบวกกับภาวะของประชาชนแต่ละคนที่ประสบปัญหาค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน เช่น คนที่มีภาระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหารมากหน่อย ก็จะรู้สึกว่าของแพงไปหมด เป็นต้น แต่ค่าที่วัดมันวัดรวมๆจากค่าเฉลี่ยของราคาสินค้า 400 กว่ารายการ ซึ่งรวมแล้วแพงขึ้น 2.47%” นายไพบูลย์กล่าว
นายไพบูลย์ กล่าวว่า มาตรการภาครัฐที่นำมาช่วยลดผลกระทบเงินเฟ้อในขณะนี้เช่น เลื่อนการขึ้นค่ารถ แก๊ส ค่าไฟฟ้า รวมถึงมีการควบคุมราคาอาหารจานด่วนนั้น มองว่าถ้าดำเนินการเพียงชั่วคราวในระยะสั้นก็น่าจะช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อได้ แต่ถ้าในระยะยาวคงไม่เหมาะมากนัก เพราะถ้าต้นทุนเพิ่มขึ้นจริงจะมีการมาควบคุมหรือบิดเบือนราคาผู้ขายหรือผู้ผลิตก็คงแย่
ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ต้องยอมรับว่านโยบายการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ส่งผลต่อเงินเฟ้อมากขึ้น และเมื่อบวกกับอุปสงค์หรือความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้น ตามการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจจริงแล้วย่อมทำให้แรงกดดันเงินเพิ่มมากขึ้นในระยะยต่อไป แต่ค่าแรง 300 บาทไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่กระทบเงินเฟ้อในขณะนี้ แต่แรงกดดันเงินเฟ้อมาจากหลายองค์ประกอบ ทั้งค่าแรง 300 บาท ค่าขนส่ง ราคาน้ำมัน และการปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจประกอบกัน
ด้านนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ภาวะเงินเฟ้อขณะนี้ บังเอิญตัวเลขเดือนเม.ย.ปีนี้ที่ออกมามันชะลอลง จากฐานปีก่อนหน้าที่สูง ทำให้คนมองไปได้ ในระยะนี้เงินเฟ้อต้องติดตามดูอย่างใกล้คิด เพราะมีการมองว่าแรงกดดันเงินเฟ้อมาจากอุปสงค์หรือไม่ ซึ่งธปท.ก็ถือเป็นโจทย์ที่ธปท.ต้องติดตามอยู่แล้ว แต่เงินเฟ้อมาได้จาก 3 ทางอยู่แล้ว คือทั้งจากอุปทานหรือต้นทุนการผลิต อุปสงค์หรือความต้องการสินค้า และการคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะข้างหน้าจะส่งผลต่อเงินเฟ้ออย่างไร
“เงินเฟ้อจะดูแต่ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลไม่ได้ เพราะในตระกร้าเงินเฟ้อเรา มีสินค้าที่ข้ามพรหมแดนไม่ได้ถึง 65% ฉะนั้น ถ้าจะไปมองว่าเงินเฟ้อที่เกิดขึ้น ไม่ได้มาจากอุปสงค์ คงไม่ใช่ เพราะเงินเฟ้อต้องมองที่องค์รวม ส่วนการที่รัฐบาลมีนโยบายตรึงราคาสินค้าสำเร็จรูป จะช่วยดูแลเงินเฟ้อหรือไม่ คิดว่าคงช่วยได้ชั่วคราว ถ้าถาวรคงฝืนตลาด ทำให้ผู้ค้าผู้ขายลำบาก เพราะต้นทุนเขาเพิ่มขึ้น จะกลายเป็นเรื่องการบิดเบือนได้ “ นายประสารกล่าว
ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ส่วนนโยบายการเงินจะดูแลเงินเฟ้อย่างไร คงมองสั้นๆจุดสองจุดไม่ได้ ต้องดูที่การส่งผ่านต้นทุนเพิ่ม ไปสู่การปรับราคาด้วย ซึ่งถ้าต้นทุนเพิ่ม แต่ไม่มีอุปสงค์ด้วยการปรับราคาสินค้าคงทำได้อยาก แต่ถ้ามีอุปสงค์ด้วยการส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปสู่การปรับราคาจะทำได้เร็วขึ้น และยิ่งบวกกับภาวะที่เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้เต็มศักยภาพ ในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ ยิ่งจะทำให้การส่งผ่านต้นทุนทำได้มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้าต้นทุนขายข้างแกง หรือขายก๋วยเตี๋ยวเพิ่มขึ้น แต่ไม่มีความต้องการซื้อหรืออุปสงค์มาช่วยหนุน ส่วนใหญ่จะปรับราคาขึ้นยาก เพราะไม่มีใครซื้อ แต่ถ้ามีอุปสงค์จะตั้งราคาขึ้นก็ยังขายได้ นโยบายการเงินต้องดูองค์รวมให้เหมาะสม







