
ธปท.มีกรรมการคุม ไม่หวั่นการเมืองล้วง
ธปท.ไม่ห่วงการเมืองส่งตัวแทนแทรกแซงการทำงาน ชี้ประธานบอร์ด
ธปท.ไม่ห่วงการเมืองส่งตัวแทนแทรกแซงการทำงาน ชี้ประธานบอร์ด
ไม่ได้มีหน้าที่กำหนดนโยบายการทำงานด้านดอกเบี้ย การชำระเงิน และกำกับสถาบันการเงินโดยตรง
นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ห่วงเรื่องการเมืองจะส่งตัวแทนมาแทรกแซงการทำงานของ ธปท. เพราะการสรรหาตำแหน่งประธานกรรมการ ธปท. หรือประธานบอร์ด ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจดำเนินนโยบายของ ธปท. เพราะการทำงานในแต่ละด้าน ธปท.มีคณะกรรมการแต่ละด้านตัดสินใจอยู่แล้ว ไม่ว่าด้านการตัดสินดอกเบี้ยนโยบายก็มีคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ทำหน้าที่อยู่ ด้านการชำระเงินก็มีคณะกรรมการระบบการชำระเงิน (กรช.) ดูแล และการทำหน้าที่ออกนโยบายกำกับดูแลสถาบันการเงินธนาคารพาณิชย์ ก็มีคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) ทำหน้าที่อยู่แล้ว
“ผมไม่ห่วงเรื่องแทรกแซงเท่าไร เนื่องจากประธานบอร์ดใหญ่ไม่ได้มีหน้าที่ดูแลหรือตัดสินใจด้านนโยบายของเรื่องเหล่านี้ แต่มีหน้าที่ดูแลพนักงาน ธปท. ดูแลงบประมาณของ ธปท. ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับนโยบายการทำงาน จึงไม่น่าจะไปห่วงอะไรมาก แต่ถ้ามีการเข้ามาเป็น กนง.เพื่อกำหนดนโยบายค่อยห่วง” นายเกริก กล่าว
นายเกริก ชี้แจงหลังจากกระทรวงการคลังเสนอชื่อนายวีรพงษ์ รามางกูร ซึ่งมีความคิดเห็นทางนโยบายดอกเบี้ย นโยบายอัตราแลกเปลี่ยน และนโยบายการบริหารจัดการทุนสำรองที่แตกต่างไปจากวิธีคิดของ ธปท. ขึ้นเป็นประธานกรรมการ ขณะที่นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. เสนอชื่อ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีตปลัดกระทรวงการคลังและอดีตประธาน ธปท. กับนายเทียนฉาย กีระนันทน์ อดีตอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานกรรมการ
นอกจากนี้ นายเกริก กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในไตรมาสแรกปีนี้ ไม่ถือว่าน่าเป็นห่วง เนื่องจากเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นในระดับปกติตามปริมาณการขยายตัวของสินเชื่อ ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่สัดส่วนหนี้เสียจะเพิ่มขึ้นบ้าง แต่โดยรวมไม่มีอะไรน่าห่วงหรือต้องจับตาดูเป็นพิเศษ โดยสินเชื่อเพื่อการซื้อที่อยู่อาศัยแนวราบหรือบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ จะชะลอลงบ้าง แต่สินเชื่อสำหรับบ้านแนวสูงหรือคอนโดมิเนียมปรับตัวขึ้นมาได้เร็ว จึงมองว่าสินเชื่อเหล่านี้จะยังขยายตัวได้ในระยะต่อไป







