
เล็งผุดสินค้าราคาถูกในห้างโมเดิร์นเทรด
“พงษ์สวัสดิ์”เล็งผุดโครงการสินค้าราคาถูกในห้างโมเดิร์นเทรดหวังลดค่าครองชีพให้กับประชาชน
“พงษ์สวัสดิ์”เล็งผุดโครงการสินค้าราคาถูกในห้างโมเดิร์นเทรดหวังลดค่าครองชีพให้กับประชาชน
ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิ์วัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายว่าได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมไปเจรจากับผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อนำสินค้าราคาหน้าโรงงานไปวางจำหน่ายในห้างโมเดิร์นเทรดต่างๆ หรือร้านสะดวกซื้อ โดยอาจจัดเป็นพื้นที่เฉพาะไว้จำหน่ายสินค้าจากโครงการนี้ ซึ่งใช้ชื่อว่า “สินค้าราคาหน้าโรงงาน ช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน”เพื่อเป็นการช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชนอีกทางหนึ่ง ซึ่งคาดว่าเริ่มดำเนินการได้ภายในเดือนพ.ค.
ทั้งนี้ภายในเดือนพ.ค.นี้กระทรวงอุตสาหกรรมจะจัดโครงการโรงงานอุตสาหกรรมสู่ผู้บริโภคเพื่อที่จะขอความร่วมมือกับโรงงานที่ผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภคทั้งหมดนำสินค้ามาจำหน่ายในราคาหน้าโรงงานโดยให้จัดสรรพื้นที่ส่วนหนึ่งผ่านห้างสรรพสินค้าสมัยใหม่หรือโมเดิร์นเทรด หรือร้านค้าสะดวกซื้อ เพื่อจำหน่ายตรงกับผู้บริโภคในราคาถูก
ทางกระทรวงอุตสาหกรรมพยายามหาแนวทางช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่ค่าครองชีพสูงขึ้น ซึ่งจากการตรวจสอบราคาสินค้าพบว่าการผลิตสินค้าในภาคอุตสาหกรรมมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นสูงขึ้นจริงโดยเฉพาะราคาวัตถุดิบต่างๆ เช่นกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารที่ใช้เนื้อสัตว์ แต่การปรับราคาจำหน่ายก็ควรจะสะท้อนกับอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 3-4% ไม่ใช่ปรับเพิ่มขึ้นถึง 10% สูงกว่าต้นทุนการผลิต ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นจิตสำนึกของภาคธุรกิจที่ต้องไม่เอาเปรียบประชาชนมากเกินไป
ม.ร.ว. พงษ์สวัสดิ์ กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการคลินิกอุตสาหกรรมเพื่อการฟื้นฟูสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ว่า สามารถผลักดันให้ผู้ประกอบการที่ประสบกับน้ำท่วมกลับมาดำเนินธุรกิจแล้ว 100% จากจำนวนผู้ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือ จำนวน 5,664 ราย โดย เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จำนวน 3,000 ราย ครอบคลุมพื้นที่ 34 จังหวัด
สำหรับโครงการดังกล่าวได้รับงบประมาณจากรัฐบาลวงเงิน 148 ล้านบาท มีระยะเวลาดำเนินการระหว่าง เดือนมี.ค.-ก.ค. ปี 2555 โดยมอบหมายให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นศูนย์กลางในการดำเนินงานร่วมกับสถาบันการศึกษา สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม บริษัทที่ปรึกษา และสถาบันการเงิน ฯ รวมประมาณ 30 แห่งดำเนินงานฟื้นฟู ซึ่งขณะนี้การดำเนินการอยู่ในระยะที่ 2 ที่จะเข้าสู่แผนเชิงลึกที่มีโรงงานเข้าข่าย 1,000 แห่งคาดภายในเดือนก.ค. 2555จะดำเนินการเสร็จทั้งหมดซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถให้กับเอสเอ็มอีไทยรับมือกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและ เตรียมพร้อมการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)







