
แบงก์ซีดหนี้เสียพุ่ง
ยอดเพิ่มขึ้นเป็น2.74แสนล้านบาทศูนย์วิจัยกสิกรไทยเชื่อไม่ระคายผิว
ยอดเพิ่มขึ้นเป็น2.74แสนล้านบาทศูนย์วิจัยกสิกรไทยเชื่อไม่ระคายผิว
ธปท.เผยหนี้เสียก่อนและหลังหักสำรองหนี้ของระบบธนาคารพาณิชย์ไตรมาสแรกพุ่ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ไม่น่าห่วงเหตุสัดส่วนยังต่ำ
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานยอดหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในระบบสถาบันการเงิน ล่าสุด ณ สิ้นไตรมาสแรกปีนี้ว่า ทั้งระบบมียอดเอ็นพีแอลที่ยังไม่หักกันสำรองหนี้ทั้งสิ้น 2.74 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 2.68% ของสินเชื่อรวมทั้งระบบ เพิ่มขึ้น 4,797 ล้านบาท หรือ 1.78% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า 2.69 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 2.74% ของสินเชื่อรวม
ขณะที่เอ็นพีแอลสุทธิหลังหักกันสำรองหนี้แล้ว มีจำนวน 1.32 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 1.32% ของสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้น 2,426 ล้านบาท หรือ 1.87% ของสินเชื่อรวม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่มี 1.3 แสนล้านบาท หรือสัดส่วน 1.35% ของสินเชื่อรวม
ทั้งนี้ สินเชื่อรวมทั้งระบบ ล่าสุด ณ สิ้นเดือน ก.พ.ปีนี้ มีอยู่ประมาณ 10.17 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อนที่มียอดสินเชื่อประมาณ 9.58 ล้านล้านบาท
นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า แม้ปริมาณเอ็นพีแอลจะเพิ่มขึ้น แต่ก็เพิ่มขึ้นตามปริมาณสินเชื่อในไตรมาสแรกปีนี้ที่ขยายตัวได้ค่อนข้างสูงประมาณ 13-14% ทำให้ระดับเอ็นพีแอลของระบบโดยรวมในขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณน่าเป็นห่วง เนื่องจากหากพิจารณาดูจากสัดส่วนของเอ็นพีแอลต่อสินเชื่อรวมทั้งระบบถือว่าไม่เพิ่มขึ้น แต่ถ้าปริมาณเอ็นพีแอลเพิ่มต่อเนื่องติดต่อกัน 2 ไตรมาสอาจจะต้องจับตาดู เพราะถือว่ามีสัญญาณผิดปกติ
นายเชาว์ กล่าวว่า ในภาพรวมเอ็นพีแอลจึงไม่น่าเป็นปัญหาต่อระบบเศรษฐกิจ เพราะมีสินเชื่อดอกเบี้ยผ่อนปรนหรือซอฟต์โลน ที่ ธปท.ช่วยเหลืออยู่แล้ว แต่ถ้าดูสินเชื่อบางประเภท เช่น สินเชื่อส่วนบุคคลที่ให้กับมนุษย์เงินเดือนหรือสินเชื่อธุรกิจก็ไม่แน่ ต้องไปดูในรายละเอียดแต่ละประเภทว่าเป็นปัญหาหรือไม่ แต่คิดว่าธุรกิจขนาดใหญ่ไม่น่ามีปัญหา เพราะจัดการได้ดี แต่ธุรกิจเล็กอาจจะมีปัญหาได้
นายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ยังไม่เห็นสัญญาณผิดปกติด้านคุณภาพหนี้หรือมีการขอปรับโครงสร้างหนี้เข้ามา โดยเชื่อว่าภาคธุรกิจส่วนใหญ่ยังสามารถปรับตัวด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้อยู่







