
แห่ชอร์ตเอไอเอส200ล.
โพสต์ทูเดย์ — “สมประสงค์” นำทีมผู้บริหารเครือชินคอร์ปแถลงข่าวยึดทรัพย์วันที่ 10 มี.ค. นักลงทุนสบช่อง ADVANC ดิ่ง แห่ยืมขายก่อนเกือบ 200 ล้านบาท
รายงานข่าวจากบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น (SHIN) เปิดเผยว่า ในวันนี้ นายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ (รักษาการ) บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น นำทีมผู้บริหารในเครือทั้งบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) และบริษัท ไทยคม (THCOM) เปิดแถลงข่าวเรื่องคดียึดทรัพย์จะมีผลกระทบต่อกลุ่มชินคอร์ปอย่างไรบ้าง
ทั้งนี้ ผู้บริหารกลุ่มชินคอร์ปต้องออกโรงแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ หลังชี้แจงข้อมูลผ่านตลาดหลัก ทรัพย์หลายครั้งแล้วยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนได้ กดดันให้ราคาหุ้น ADVANC ร่วงลงแรง รวม 6 วัน (29 มี.ค.) ลดลง 11 บาท หรือ 12.50% จากระดับ 88 บาท ลงมาเหลือ 77 บาท
ขณะเดียวกันนักลงทุนเห็นโอกาสทำกำไรในภาวะราคาหุ้นขาลง แห่ยืมหุ้นขายก่อน (ชอร์ตเซล) มากถึง 163.39 ล้านบาท เพียง 5 วัน
ด้านนายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหารบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส กล่าวว่า บริษัทพร้อมลงทุนเครือข่ายระบบ 3จี หากภาครัฐสามารถเปิดประมูลใบอนุญาตใหม่ได้ภายในปีนี้ แม้ว่าบริษัทจะนำเงินสดในมือออกไปจ่ายเงินปันผลพิเศษให้กับผู้ถือหุ้นไปแล้ว แต่ก็ยังมีเงินสดเหลืออยู่มาก และบริษัทยังมีศักยภาพเพียงพอที่จะหาเงินทุนจากทางอื่นได้
สำหรับการที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเห็นว่าการแก้ไขสัญญาสัมปทานย่อยนั้นทำให้หน่วยงานของรัฐสูญเสียรายได้นั้น หากรัฐสูญเสียรายได้จริงก็พร้อมที่จะชดเชยให้หากมีการเจรจาร่วมกัน แต่ที่ผ่านมาบริษัท ทีโอที ยังไม่เคยเรียกเข้าไปพบเพื่อแก้ไขปัญหาเลย
ด้านตลาดหุ้นไทยวันที่ 9 มี.ค. ดัชนีปิดที่ 718.77 จุด ลดลง1.52 จุด มูลค่าการซื้อขายเบาบาง 13,702 ล้านบาท ด้านต่างชาติซื้อน้อยลงเหลือ 1,192 ล้านบาท รวม 7 วัน (29 มี.ค.) ต่างชาติซื้อสุทธิ 1.47 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ตลาดคาดสถานการณ์การเมืองครั้งนี้จะรุนแรงหลังศาลตัดสินยึดทรัพย์อดีตนายกรัฐมนตรีถึง 4.6 หมื่นล้านบาท
นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัยผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์ บล.พัฒนสิน กล่าวว่า คาดการณ์ยากว่าการเมืองจะเป็นอย่างไร แต่การขึ้นลงของตลาดหุ้นก็จะขึ้นอยู่กับการเมืองในขณะนั้นๆ และได้แนะนำว่าหากดัชนีปรับตัวลดลงก็เป็นโอกาสในการซื้อ
สำหรับต่างชาติที่เข้ามาซื้อหุ้นต่อเนื่องเชื่อว่าเป็นการซื้อทั้งภูมิภาค และหากการเมืองรุนแรงก็มีโอกาสที่จะกดดัชนีให้ดิ่งแรง
ขณะที่โบรกเกอร์ต่างชาติยังมองหุ้นไทยดีอยู่ และแนะนำให้ซื้อหุ้นบริษัท ไทยออยล์ (TOP) โดยบริษัท เมอร์ริลลินช์ ปรับเพิ่มมูลค่าเหมาะสมจาก 49 บาท เป็น 60 ล้านบาท และ เจ.พี.มอร์แกน ปรับขึ้นจาก 56 บาท เป็น 61 บาท พร้อมให้สลับให้ออกจากบริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น (PTTAR)







