
ตั้งไข่...หัตถกรรมไทยไปเวทีโลก
แม้เศรษฐกิจยุโรป โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป หรืออียู
แม้เศรษฐกิจยุโรป โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป หรืออียู
ช่วงหลายปีมานี้จะยังเผชิญวิกฤตหนักจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่ในแง่ของการทำธุรกิจก็ยังคงต้องขับเคลื่อนต่อไป เพื่อรักษาตลาดและประคองกลุ่มผู้ประกอบการ เฉพาะอย่างยิ่ง รายย่อย ให้ยืนหยัดต่อไปได้
นี่คือเป้าหมายสำคัญที่เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ยังคงเดินหน้าจัดงาน International Handicraft Fair ขึ้นเป็นประจำทุกปี และปีนี้ก็เพิ่งจัดผ่านพ้นไปเมื่อปลายเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่าง ประเทศ (ศ.ศ.ป.) ได้ส่งผู้ประกอบการรายย่อยของไทยเข้าร่วมโชว์สินค้าหัตถกรรมด้วย 4 ราย ประกอบด้วย ร้าน Fabric Art ร้าน The Loom ร้าน Mann Craft และร้านลายทอง
พิมพาพรรณ ชาญศิลป์ ผู้อำนวยการ ศ.ศ.ป. กล่าวว่า การคัดเลือกผู้ประกอบการรายย่อยของไทยเข้าไปร่วมงานแสดงสินค้าหัตถกรรมนานาชาติครั้งนี้ เพราะเห็นว่าเป็นงานที่เน้นส่งเสริมงานฝีมือประเภทสินค้าหัตถกรรมของท้องถิ่นให้มีเวทีได้โชว์ผลงาน
ขณะเดียวกัน ก็เปิดให้ผู้ประกอบการจากต่างประเทศเข้าร่วมแสดงสินค้าได้ด้วย เพื่อเพิ่มโอกาสในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร วิวัฒนาการด้านการผลิตใหม่ๆ การออกแบบ ตลอดจนได้ศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคควบคู่กัน เพื่อนำไปปรับใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น
สอดคล้องกับการทำงานของ ศ.ศ.ป.ที่มุ่งส่งเสริมผลิตภัณฑ์ทางด้านนี้ของผู้ประกอบการรายย่อยของไทยให้สามารถทำตลาดได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยทั้ง 4 รายที่คัดมานั้น ผ่านการพิจารณาและผ่านการประกวดการออกแบบสร้างสรรค์ผลงานมาแล้วว่าเหมาะที่จะมาโชว์ในงานนี้
พิมพาพรรณ กล่าวอีกว่า การหาโอกาสให้รายย่อยของไทยได้มาโชว์สินค้าไม่ใช่เพราะต้องการจะสร้างยอดขายเพียงอย่างเดียว หากแต่ ศ.ศ.ป.ต้องการสร้างเครือข่ายไว้สำหรับแลกเปลี่ยนความรู้ เทคนิคการผลิต การตลาด การออกแบบ และศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค ให้ผู้ประกอบการไทยได้เปิดหูเปิดตา เพื่อจะได้กลับไปพัฒนางานของเขาให้ดีขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้นคือ ทั้งคณะผู้จัดงาน Inter national Handicraft Fair และ ศ.ศ.ป.ต่างก็มีเป้าหมายเดียวกันคือ อยากช่วยให้รายย่อยอยู่รอด มีอาชีพ มีรายได้ มั่นคง ไม่ได้หวังเอารวย แต่ต้องมีรายได้เลี้ยงตัวเองอย่างยั่งยืน และสืบสานงานฝีมือหัตถกรรมไว้เป็นเอกลักษณ์ของชาติต่อไป
“ทางผู้จัดงานก็ยอมรับว่าปีนี้เศรษฐกิจในยุโรปยังไม่ฟื้น สังเกตได้จากผู้เข้าชมงาน แม้จะมากไม่ต่างจากปีก่อนๆ แต่ส่วนใหญ่เลือกชม ไม่เลือกซื้อ แต่ก็จำเป็นต้องจัดงานต่อไป เพื่อดูแลรายย่อยให้มีเวทีได้แสดงนวัตกรรมใหม่ๆ โดยการจัดประกวด เปิดโอกาสให้โชว์เทคนิคการผลิตที่พัฒนาขึ้น เพราะงานประเภทหัตถกรรมถ้าจะอยู่ได้ต่อไปต้องปรับตัว มีเทคนิคใหม่ๆ เข้ามาช่วยสร้างความน่าสนใจ ควบคู่กับการออกแบบ และการจัดงานก็ทำให้ผู้ซื้อเข้าถึงผู้ผลิตได้โดยตรงด้วย”
พิมพาพรรณ ทิ้งท้ายว่า หลังจากนี้ ศ.ศ.ป.จะดึงคณะผู้จัดงานของฟลอเรนซ์เข้ามาร่วมงานแสดงสินค้าในไทยบ้าง เพื่อแลกเปลี่ยนและสานต่อสู่การเป็นเครือข่ายในอนาคตต่อไป







