
‘SCC’เจ็บน้อยไฟไหม้โรงงานกำไรหาย585ล.
ระเบิดโรงงานบีเอสทีในเครือปูนใหญ่ ฉุดกำไรแม่ลงปีนี้ 2.1% หรือ 585 ล้านบาท
ระเบิดโรงงานบีเอสทีในเครือปูนใหญ่ ฉุดกำไรแม่ลงปีนี้ 2.1% หรือ 585 ล้านบาท
ซิตี้กรุ๊ป ได้วิเคราะห์เหตุเพลิงไหม้โรงงานบริษัท บีเอสที อิลาสโตเมอร์ส ผู้ผลิตยางสังเคราะห์บิวทาไดอีน ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดที่บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ถือหุ้น 26% ว่า จะฉุดกำไรสุทธิของ SCC ปีนี้ลง 2.1% หรือ 585 ล้านบาท
บริษัท บีเอสที สร้างรายได้จากการถือหุ้น 2,100 ล้านบาท หรือ 39% ของธุรกิจปิโตรเคมีของ SCC ในปี 2554 ช่วงระหว่างที่หยุดดำเนินการผลิต SCC ยังสามารถขาย C4 ดิบในตลาดในราคาที่สูงกว่าแต่ไม่สามารถชดเชยรายได้ส่วนทุน
ซิตี้กรุ๊ป คาดว่า บีเอสทีสามารถสร้างกำไรปีนี้ให้ SCC 2,400 ล้านบาท หรือ 8.6% ของกำไรปี 2555
“เราคาดว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปีนี้ของ SCC จะอ่อนตัวจากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี ตั้งแต่กลางเดือน มี.ค.จนถึงกลางเดือน เม.ย.ที่ยังต่ำ”
ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) วิเคราะห์ว่า ระยะสั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบริษัทในเครือจะเป็นข่าวลบต่อ SCC แค่คาดว่าผลกระทบต่องบการเงินไม่มาก
ผลกระทบระยะกลางและระยะยาว คือ คาดว่าการขออนุญาตขยายและประกอบกิจการในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทางฝั่งตะวันออกจะเข้มงวดขึ้นภายหลังมีปัญหาระเบิด
นักวิเคราะห์บัวหลวงแนะนำให้ “ถือ” ให้ราคาเป้าหมาย 360 บาท แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อกำไรไม่มากนัก แต่จะมีผลต่อราคาหุ้นในระยะสั้น
ขณะเดียวกัน บล.ธนชาต ยังคงแนะนำ “ซื้อ” หุ้น SCC หลังกำไรผ่านจุดต่ำสุดของปีไปแล้ว คาดกำไรไตรมาส 2 ดีกว่าไตรมาสแรก หลังสเปรดเคมีภัณฑ์ปรับตัวดีขึ้น และบริษัทจะประกาศการก่อสร้างโรงงานซีเมนต์ในอินโดนีเซียช่วงปลายปี
ด้านหุ้น SCC วันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา เปิดซื้อขายราคาทรุดลงทันที 4 บาท แต่สุดท้ายปิดที่หุ้นละ 350 บาท ไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากวันก่อน ภายหลังจากภาวะตลาดโดยรวมดีขึ้น จากติดลบมาปิดบวก 3.63 จุด







