
พีน่ามุ่งดิสนีย์แลนด์เมืองไทย
ทุ่ม500ล้านบุกค้าปลีกแนวใหม่ มีครบสวนสนุก-สวนน้ำ-รีสอร์ต
ทุ่ม500ล้านบุกค้าปลีกแนวใหม่ มีครบสวนสนุก-สวนน้ำ-รีสอร์ต
พีน่า กรุ๊ป เล็งบุกค้าปลีกแนวใหม่เพิ่มที่เขาใหญ่-ภูเก็ต หลัง “ซานโตรินี” ชะอำรุ่ง เตรียมงบ 250 ล้าน ผุดสวนน้ำ-รีสอร์ตปีหน้าเทียบชั้นดิสนีย์แลนด์
นายสุพจน์ ตันติจิรสกุล ประธานบริษัท พีน่า กรุ๊ป กล่าวว่า บริษัทมีแผนพัฒนาธุรกิจค้าปลีกแนวใหม่ ที่ผสมผสานระหว่างสวนสนุกและร้านค้าต่างๆ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภครุ่นใหม่เพิ่ม โดยมีพื้นที่ที่มีศักยภาพสามารถพัฒนาได้ที่บริเวณเขาใหญ่ 60 ไร่ และภูเก็ตอีก 24 ไร่
ทั้งนี้ หลังจากเปิดให้บริการโครงการซานโตรินี พาร์ค ชะอำ ค้าปลีกแนวใหม่ภายใต้แนวคิด “The Amused Shopping Experience” ด้วยงบลงทุนกว่า 500 ล้านบาท แล้วพบว่าได้รับผลตอบรับที่ดี ทั้งจากนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคในพื้นที่
“ตอนนี้มั่นใจแล้วว่าทิศทางที่เราเดินมาไม่ผิด โครงการซานโตรินี พาร์ค เป็นรูปแบบการดำเนินธุรกิจค้าปลีกแนวใหม่ที่เข้ามาตอบไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยว ซึ่งพีน่า กรุ๊ป มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจในเมืองท่องเที่ยวมาเป็น 10 ปี จึงต้องเร่งขยายธุรกิจก่อนที่รายอื่นจะเข้ามาทำ” นายสุพจน์ กล่าว
สำหรับโครงการซานโตรินี พาร์ค ชะอำ ได้เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา บนพื้นที่ประมาณ 60 ไร่ หลังทดลองเปิดให้บริการมาประมาณ 1 เดือน มียอดผู้ใช้บริการประมาณ 1 หมื่นคนในช่วงสุดสัปดาห์ โดยวางเป้าหมายว่าจะคุ้มทุนภายใน 6 ปี ขณะนี้มีร้านค้าเช่าพื้นที่ในโครงการประมาณ 70% จากจำนวนร้านค้าทั้งหมด 100 ร้านค้า
นายสุพจน์ กล่าวว่า บริษัทมีแผนพัฒนาโครงการซานโตรินี พาร์คในเฟสต่อไป โดยเพิ่มโซนสวนน้ำบนพื้นที่ประมาณ 12 ไร่ และจะซื้อที่ดินเพิ่มเพื่อสร้างรีสอร์ตขนาด 150 ห้อง อีกประมาณ 20 ไร่ โดยลงทุนเพิ่มอีก 250 ล้านบาท เพื่อเข้าไปเติมเต็มโครงการซานโตรินี พาร์ค ให้เป็นแหล่งช็อปปิ้งเพื่อการท่องเที่ยวและพักผ่อนอย่างสมบูรณ์แบบในเมืองไทย ในแนวทางเดียวกับดิสนีย์แลนด์ คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2556
พีน่า กรุ๊ป เป็นผู้ผลิตเสื้อผ้าแฟชั่นรายใหญ่ ได้ขยายเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกในนาม “พรีเมียม เอาต์เล็ต” เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมี 7 สาขา ได้แก่ จ.เพชรบุรี นครราชสีมา อุดรธานี พัทยา ภูเก็ต กระบี่ และสาขาล่าสุดที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดให้บริการเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา
สำหรับผลประกอบการในปี 2554 ที่ผ่านมา พีน่า กรุ๊ป มีรายได้รวม 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจเสื้อผ้า 1,000 ล้านบาท พรีเมียม เอาต์เล็ต 2,400 ล้านบาท ที่เหลือเป็นรายได้จากโรงแรมไอยรา บีช เกาะสมุย และโครงการซานโตรินี พาร์ค ชะอำ โดยปีนี้คาดว่าจากการขยายธุรกิจใหม่และธุรกิจเดิมที่มีอยู่จะส่งผลให้ยอดรายได้เติบโตเพิ่มขึ้น 15-20%







