posttoday
ธปท.ชี้เงินนอกไหลเข้าไม่หยุด

ธปท.ชี้เงินนอกไหลเข้าไม่หยุด

09 พฤษภาคม 2555

ป่วนตลาดทุนทั้งพันธบัตร-หุ้น 4เดือนทำบาทแข็งเฉียด2%

ป่วนตลาดทุนทั้งพันธบัตร-หุ้น 4เดือนทำบาทแข็งเฉียด2%

ธปท.ระบุเงินยังไหลในตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้นต่อเนื่อง ทำเงินบาทแข็งค่า 1.81%

นายสิงห์ชัย บุณยโยธิน ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ค่าเงินบาทจากต้นปีนี้ถึงปัจจุบันปรับแข็งค่าขึ้น 1.81% มีค่าความผันผวนประมาณ 4% ลดลงจากช่วงเดือน มี.ค. ที่เคยผันผวนสูงถึง 6-7% ซึ่งค่าความผันผวนที่ลดลงเป็นไปตามปัญหาหนี้ในยุโรปที่ผ่อนคลายลง

“เงินบาทเคลื่อนไหวในช่วง 30.29-31.87 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงช่วงกลางเดือน ม.ค. ที่เงินยูโรอ่อนค่าลงมากสุดในรอบ 1 ปี หลังสถาบันการจัดอันดับเครดิตเอสแอนด์พีลดเครดิตของ 9 ประเทศในยุโรป ก่อนที่เงินบาทจะทยอยแข็งค่าขึ้นหลังสถานการณ์ปรับดีขึ้น ตอนนี้เงินบาทอยู่ที่ประมาณ 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ ถ้าดูค่าเฉลี่ยจะแข็งสุดอยู่ที่ระดับ 30.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ และอ่อนค่าสุดที่ประมาณ 31.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ แต่ถ้าเงินบาทอ่อนหรือแข็งค่าไปมากกว่านี้ก็มักจะเห็นนักลงทุนเทขายออกมา คาดว่าค่าเงินบาทน่าจะเคลื่อนไหวใน 2 ทิศทาง ใกล้เคียงกับระดับนี้ไปเรื่อยๆ ถ้าไม่มีปัจจัยพิเศษ” นายสิงห์ชัย กล่าว

นายสิงห์ชัย กล่าวว่า ถึงแม้ต้นปีถึงปัจจุบันเงินบาทจะแข็งค่าขึ้น 1.81% แต่ถ้าดูเฉพาะช่วงสิ้นเดือน เม.ย. มาถึงขณะนี้จะเห็นว่าเดือนกว่าค่าเงินบาทอ่อนค่าลงประมาณ 0.7%

อย่างไรก็ดี เงินบาทเคลื่อนไหวเกาะกลุ่มไปตามสกุลในภูมิภาค ขณะเดียวกันเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลเข้าและออกก็เริ่มสมดุลมากขึ้น ยังทำให้เชื่อว่าแนวโน้มการเคลื่อนไหวของเงินบาทช่วงนี้จะเป็นไปได้ทั้ง 2 ทิศทาง คือทั้งแข็งค่าและอ่อนค่า และน่าจะเป็นไปในแนวโน้มเกาะกลุ่มสกุลภูมิภาคเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ และอาจจะมีผันผวนบ้างตามเงินทุนไหลเข้าออก ยกเว้นจะมีปัจจัยพิเศษมากระทบ เช่น ปัจจัยทางการเมือง เงินทุนจากไทยไหลออกไปต่างประเทศมากขึ้น เป็นต้น อย่างไรก็ตามไทยยังมีเงินทุนไหลเข้าต่อเนื่องทั้งในพันธบัตรและหุ้น

ทั้งนี้ เงินบาทที่อ่อนค่าลงในปี 2554 จากปัจจัยภายนอกในเรื่องปัญหายุโรปและปัจจัยน้ำท่วม แต่ในปีนี้ค่าเงินบาทกลับแข็งค่าขึ้น ตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่นักลงทุนกล้ารับความเสี่ยงสูงได้มากขึ้น สะท้อนจากภาวะเงินทุนเคลื่อนย้ายจากต่างประเทศที่ยังไหลเข้ามาลงทุนในภูมิภาคเอเซียรวมทั้งไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มเข้าซื้อลงทุนในพันธบัตรและหุ้นของไทยมาตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน โดยล่าสุดจากต้นปีนี้ถึงวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา เงินทุนไหลเข้าสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 5,120 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.57 แสนล้านบาท ไหลเข้าในตลาดหุ้นไทยสุทธิ 2,733 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 8.1 หมื่นล้านบาท

ผู้อำนวยการอาวุโส ธปท. กล่าวว่า ภาวะการไหลเข้าของเงินทุนเคลื่อนย้ายดังกล่าวอยู่ในระดับใกล้เคียงกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค เช่น เกาหลี ไหลเข้าพันธบัตร 4,878 ล้านเหรียญสหรัฐ เข้าหุ้น 9,650 ล้านเหรียญสหรัฐ มาเลเซีย เข้าตลาดพันธบัตร 6,573 ล้านเหรียญสหรัฐ อินเดีย เข้าพันธบัตร 3,538 ล้านเหรียญสหรัฐ ไหลเข้าหุ้น 8,723 ล้านเหรียญสหรัฐ อินโดนีเซีย ไหลเข้าพันธบัตร 86 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งค่อนข้างน้อยเนื่องจากนักลงทุนกังวลภาวะเงินเฟ้อของอินโดนีเซีย ด้านตลาดหุ้นไหลเข้า 1,253 ล้านเหรียญสหรัฐ

อำนวยการอาวุโส ธปท. กล่าวต่อว่า สำหรับความเสี่ยงจากภายนอก ที่ต้องเฝ้าระวังในระยะต่อไป คือ ปัญหาหนี้สาธารณะของยุโรป โดยเฉพาะในสเปนและอิตาลี ที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของการลงทุนโดยรวม ซึ่งขณะนี้ความเสี่ยงโดปัจจัยทางการเมือง 2.ความแตกต่างระหว่างการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรปและสหรัฐ ที่ยุโรปอ่อนแออาจเข้าสู่ภาวะถดถอย แต่สหรัฐฯทยอยฟื้นดีขึ้น โดยเฉพาะในภาคการจ้างงาน และธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)ยังดำเนินนโยบายผ่อนคลายต่อเนื่อง โดยจะคงดอกเบี้ยต่ำที่ 00.25% ไปจนถึงปี 2557

และการติดตามดูภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่ตลาดคาดการณ์ว่าปีนี้จีนอาจจะมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจลดลงเหลือ 7.5% เท่านั้น จากปัจจัยความไม่แน่นอนเหล่านี้ อาจทำให้เฟดไม่ทำมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(QE3) แต่ก็ขึ้นอยู่กับภาวะเศราบกิจสหรัฐฯ หรือยุโรปอาจตัดสินใจทำมาตรการใหม่ๆเพิ่มเติมเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ กระทั้งส่งผลให้ตลาดการเงินโลกมีความผันผวนมากขึ้น และเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลเข้าออกเร็วจนส่งผลต่อค่าเงินบาทได้

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท