
ทิพยโชว์ชดเชยน้ำท่วมล่วงหน้า
จ่ายลูกค้าแล้ว1.4หมื่นล้านบาท ค่อยเรียกเก็บประกันต่ออีกทอด
จ่ายลูกค้าแล้ว1.4หมื่นล้านบาท ค่อยเรียกเก็บประกันต่ออีกทอด
ทิพยประกันภัย โวควักกระเป๋าบริษัทจ่ายสินไหมน้ำท่วมล่วงหน้า 1.4 หมื่นล้านบาท ไม่กระทบฐานะการเงิน เดินหน้ากวาดเบี้ย 2 หมื่นล้านบาท
นายสมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย เปิดเผยว่า น้ำท่วมใหญ่ในปลายปี 2554 ที่ผ่านมา สำรองจ่ายสินไหมทดแทนให้ลูกค้าผู้เอาประกันภัยไปก่อน จากนั้นค่อยเรียกคืนจากบริษัทประกันภัยต่อต่างประเทศ (รีอินชัวเรอร์) ซึ่งปกติแล้วบริษัทประกันภัยต่อต้องจ่ายเงินให้บริษัทก่อน แล้วทางบริษัทจึงจะจ่ายให้ลูกค้า โดยมีสินไหมที่บริษัทจะต้องจ่ายจำนวนมากถึง 1.4 หมื่นล้านบาท และสามารถดำเนินการจ่ายได้ด้วยความเรียบร้อย
ทั้งนี้ การที่บริษัทสามารถสำรองจ่ายสินไหมล่วงหน้าได้ เนื่องจากฐานะการเงินของบริษัทค่อนข้างมั่นคงแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนตามเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง (อาร์บีซี) กว่า 350% จากเกณฑ์ขั้นต่ำที่กฎหมายประกันภัยกำหนด 125%
นายสมพร ยืนยันว่า ผลจากการจ่ายสินไหมน้ำท่วมหรือภัยอื่นๆ ตลอดทั้งปีจะไม่มีผลกระทบต่อสถานะสภาพคล่องความมั่นคงทางการเงินของบริษัท และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มทุนสำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งหมดในปีนี้และปีต่อๆ ไป ภายใต้เงื่อนไขว่าไม่มีเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติใหญ่ที่เหนือความคาดหมายขึ้นมาอีก
“ยืนยันว่าทุนจดทะเบียนในปัจจุบันเพียงพอสำหรับรองรับการขยายธุรกิจ ไม่มีปัญหาต้องเพิ่มทุนแต่อย่างใด เพราะเรามีเงินกองทุนที่มั่งคั่ง แม้จะต้องจ่ายสินไหมน้ำท่วมจำนวนมากที่ต้องสำรองไปก่อน แต่ด้วยระบบการบริหารแบบธรรมาภิบาลโปร่งใส มั่นใจอย่างสูงว่าจะไม่สร้างปัญหาฐานะการเงินแน่นอน” นายสมพร กล่าว
สำหรับสิ้นปี 2554 บริษัท ทิพยประกันภัย มีสินทรัพย์รวม 3.99 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.96% และมีหนี้สินรวม 3.65 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.79% เฉพาะส่วนผู้ถือหุ้นมีจำนวน 3,402 ล้านบาท ส่วนผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2555 ยังไม่แจ้งตลาดหลักทรัพย์
นายสมพร กล่าวด้วยว่า มั่นใจว่าปี 2555 จะสามารถทำยอดขายประกันภัยได้ถึง 2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 40% จากปีที่ผ่านมาที่มีเบี้ยรับรวม 1.48 หมื่นล้านบาท โดยการมุ่งขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มรายย่อยหรือรายบุคคลมากขึ้น ซึ่งกำหนดสัดส่วนไว้ที่ 40% และลูกค้ารายใหญ่ 60% โดยปี 2557 บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะเป็นบริษัทประกันวินาศภัยอันดับ 1 จากปัจจุบันอยู่ที่อันดับ 2 จากบริษัทประกันภัยทั้งระบบ 66 ราย
สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองน้ำท่วมของบริษัทที่ออกมาตั้งแต่ช่วงน้ำท่วมสามารถทำยอดขายได้ดี โดยประชาชนและผู้เอาประกันภัยให้การตอบรับค่อนข้างดี สามารถทำยอดขายได้ค่อนข้างสูง







