posttoday
Yied Curve ขึ้นลงอยู่ในกรอบแคบๆ

Yied Curve ขึ้นลงอยู่ในกรอบแคบๆ

07 พฤษภาคม 2555

ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (30 เม.ย.4 พ.ค.) มีมูลค่ารวม 442,234 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 110,559 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ประมาณ 8% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่า กว่า 84% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 373,611 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน)

ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (30 เม.ย.4 พ.ค.) มีมูลค่ารวม 442,234 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 110,559 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ประมาณ 8% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่า กว่า 84% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 373,611 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน)

ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 55,469 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 3,672 ล้านบาท หรือคิดเป็น 13% และ 1% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาล รุ่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น LB15DA (อายุ 3.6 ปี), LB155A (อายุ 3.1 ปี) และ LB21DA (อายุ 9.7 ปี) มีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 14,335 ล้านบาท 11,448 ล้านบาท และ 5,755 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนพันธบัตรที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย คือ รุ่น CB12522A (อายุ 14 วัน), CB12803A (อายุ 92 วัน) และ CB12531C (อายุ 28 วัน) มูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 108,874 ล้านบาท 39,226 ล้านบาท และ 30,378 ล้านบาท ตามลำดับ

ทางด้านหุ้นกู้ภาคเอกชน ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง (SCCC136A (A)) มูลค่าการซื้อขาย 865 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTEP126A (AAA)) มูลค่าการซื้อขาย 457 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ลีส (AYCAL12OA (A+)) มูลค่าการซื้อขาย 290 ล้านบาท

เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield Curve) ปรับตัวอยู่ในกรอบแคบๆ หรือโดยเฉลี่ยแล้วปรับตัวเพิ่มขึ้น/ลดลงในช่วง 3 ถึง +3 Basis Point (100 Basis Point มีค่าเท่ากับ 1%) โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรช่วงอายุ 35 ปี ปรับตัวลดลงตามการเคลื่อนไหวของเส้น IRS (Interest Rate Swap) เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับความผันผวนของเศรษฐกิจทั้งในสหรัฐและยุโรป

ในขณะที่อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ในช่วงอายุคงเหลืออื่นๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามแรงขายทำกำไร สำหรับผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย ในวันที่ 2 พ.ค. ที่ประชุมมีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3% ต่อไป เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจให้สามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง ทางด้านของตัวเลขเงินเฟ้อที่ประกาศโดยกระทรวงพาณิชย์สำหรับเดือน เม.ย.อยู่ที่ 2.47% ซึ่งยังคงอยู่ในกรอบ (Inflation Targeting) 0.5–3% ที่ตั้งเอาไว้

ทางด้านของสถานการณ์ในต่างประเทศ ผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 1% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งประเด็นที่น่าติดตาม คือ การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐในเดือน เม.ย. ว่าจะออกมาในทิศทางใด

ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้ไทยต่อเนื่องจากในสัปดาห์ก่อนหน้า โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมามียอดซื้อสุทธิ 28,665 ล้านบาท และในมูลค่าการซื้อสุทธิทั้งหมดนี้ เป็นการซื้อสุทธิในตราสารระยะยาว (มีอายุคงเหลือมากกว่า 1 ปี) ประมาณ 5,346 ล้านบาท สำหรับนักลงทุนรายย่อยที่ถึงแม้จะมีมูลค่าการซื้อขายค่อนข้างน้อย แต่ในสัปดาห์นี้ยังคงมียอดซื้อสุทธิอีก 1,638 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง