
‘คริสปี้ครีม’ครึ้มใจผุดอีก10สาขาใน5ปี
คริสปี้ ครีม กางแผน 5 ปีขอโตเท่าตัว พร้อมผุดสาขาครบ 900 แห่งทั่วโลก ส่วนในไทยเตรียมเปิดอีกไม่ต่ำกว่า 10 สาขา
คริสปี้ ครีม กางแผน 5 ปีขอโตเท่าตัว พร้อมผุดสาขาครบ 900 แห่งทั่วโลก ส่วนในไทยเตรียมเปิดอีกไม่ต่ำกว่า 10 สาขา
นายเจฟฟ์ เวลซ์ ประธานด้านต่างประเทศ บริษัท คริสปี้ ครีม โดนัทส์ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า ภายในปี 2560 บริษัทวางเป้าหมายการเติบโตธุรกิจแบบเท่าตัว จากจำนวนสาขาร้านคริสปี้ ครีม ที่เปิดให้บริการไม่ต่ำกว่า 900 แห่งทั่วโลก จากปัจจุบันที่มีสาขาในสหรัฐ และ 21 ประเทศในยุโรปและเอเชียรวมกันกว่า 600 แห่ง
ขณะเดียวกันในปีนี้ “คริสปี้ ครีม” ยังเตรียมฉลองครบรอบ 75 ปี ซึ่งในตลาดแต่ละประเทศรวมถึงไทย จะมีการจัดแคมเปญสำหรับการครบรอบครั้งนี้ด้วย โดยในประเทศไทยจะเปิดกิจกรรมในเดือน ก.ค.นี้ พร้อมออกแบบโดนัตรสชาติพิเศษ ไปพร้อมกับแคมเปญต่างๆ ทั่วโลก และในเดือน ก.ย.ปีนี้ บริษัทแม่ยังเตรียมใช้ประเทศไทยเป็นสถานที่จัดการประชุมผู้ประกอบการแฟรนไชส์คริสปี้ ครีม นานาชาติด้วย
ด้าน น.ส.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ ประธานกรรมการ บริษัท เคดีเอ็น ผู้รับสิทธิบริหารธุรกิจ (แฟรนไชซี) ร้านโดนัต คริสปี้ ครีม ในประเทศไทย เปิดเผยว่า ภายใน 5 ปีนับจากนี้ บริษัทคาดว่าจะเปิดให้บริการร้านคริสปี้ ครีม ได้ไม่ต่ำกว่า 10 สาขาในไทย โดยจะขยายทำเลไปกับศูนย์การค้าที่อยู่ในชุมชนของกลุ่มเป้าหมาย
สำหรับปีนี้ บริษัทเตรียมแผนขยายสาขาธุรกิจร้านคริสปี้ ครีม ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 23 สาขาใหม่ ล่าสุดใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท เปิดให้บริการร้านคริสปี้ ครีม เป็นสาขาที่ 4 ในศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ บนพื้นที่กว่า 179 ตร.ม. จากปัจจุบันได้เปิดให้บริการแล้ว 3 สาขา ที่สยามพารากอน ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว และเซ็นทรัล แกรนด์ พระราม 9 ตามลำดับ
ปัจจุบันโดนัตแบรนด์คริสปี้ ครีม ติดอันดับ 1 ใน 3 ของตลาดโดนัตในไทย ที่มีมูลค่าตลาดรวมไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตกว่า 10% ต่อปี ซึ่งบริษัทยังเห็นแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจนี้อีกมาก จากความต้องการของผู้บริโภคที่ยังนิยมบริโภคอาหารว่างในกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่มีแผนปรับราคาสินค้าภายในร้านคริสปี้ ครีม เพิ่มขึ้นในขณะนี้ โดยจะยังตรึงราคาเอาไว้ให้นานที่สุด แม้ว่าต้นทุนในภาพรวมของการดำเนินธุรกิจจะปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยกว่า 30% จากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท และต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น







