
ตปท.จ้องรวมโรงนํ้าตาลไทย
บล.กสิกรไทย อาศัยเครือข่ายแมคควอรีเจาะตลาดเมืองนอก เตรียมนำบริษัทต่างประเทศมาควบรวมโรงงานน้ำตาลไทย แต่งตัวเข้าตลาดหุ้นไทยไตรมาส 3 ปีนี้
บล.กสิกรไทย อาศัยเครือข่ายแมคควอรีเจาะตลาดเมืองนอก เตรียมนำบริษัทต่างประเทศมาควบรวมโรงงานน้ำตาลไทย แต่งตัวเข้าตลาดหุ้นไทยไตรมาส 3 ปีนี้
น.ส.ณัฐรินทร์ ตาลทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทและแมคควอรีกรุ๊ป ในฐานะพันธมิตรอยู่ระหว่างการทำดีลรวมกิจการข้ามพรมแดน (CrossBorder) ร่วมกัน โดยเป็นการรวมกิจการระหว่างบริษัทไทยซึ่งทำธุรกิจน้ำตาล ที่มีมูลค่าทางตลาด (มาร์เก็ตแคป) ประมาณ 8,000 ล้านบาท กับบริษัทในต่างประเทศแห่งหนึ่ง และตั้งเป้าหมายจะนำบริษัทใหม่ภายหลังการควบรวมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นได้ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้
บล.กสิกรไทย ยังจะอาศัยเครือข่ายของแมคควอรี เช่น สิงคโปร์ เพื่อร่วมกันทำธุรกิจหลักทรัพย์ในต่างประเทศรองรับการเปิดซื้อขายหลักทรัพย์ในอาเซียน หรืออาเซียนลิงก์เกต ที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ รวมถึงรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
“ภายในปีนี้บริษัทยังเตรียมจะเปิดสาขาในต่างจังหวัดที่มีพื้นที่ใกล้กับตะเข็บชายแดน เช่น ภูเก็ต สงขลา และอุดรธานี เป็นต้น เพราะเห็นว่าทำเลที่ตั้งของจังหวัดเหล่านี้มีการค้าขายระหว่างชายแดนคึกคักประชาชนมีกำลังซื้อและยังรองรับผู้ลงทุนรายบุคคลต่างประเทศซึ่งมีความต้องการลงทุนสูง นับเป็นการรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และยังเป็นการขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถคิดค่าธรรมเนียมซื้อขาย (คอมมิชชัน) ได้ตามราคา โดยไม่จำเป็นต้องหั่นราคาสู้เหมือนกับฐานผู้ลงทุนกลุ่มเก่าๆ” น.ส.ณัฐรินทร์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในช่วง 4 เดือนนี้ อัตราคอมมิชชันของบริษัทเฉลี่ยอยู่ที่ 0.22% ค่อนข้างสูง เนื่องจากบริษัทให้คำแนะนำที่สามารถสร้างผลตอบแทนในอัตราที่สูงเป็นที่พอใจของลูกค้า จนยอมจ่ายในอัตราที่สูง โดยปีที่ผ่านมาบริษัทให้คำแนะนำจนสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 8-15%
น.ส.ณัฐรินทร์ กล่าวว่า ผลจากการมีแมคควอรีเป็นพันธมิตร ทำให้ส่วนแบ่งธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์ขณะนี้ได้ขยับขึ้นเป็น 6.08% ทำให้สัดส่วนลูกค้าสถาบันขยับขึ้นเป็น 60% จากเดิม 30% ที่เหลือเป็นรายย่อย โดยตั้งเป้าว่าภายในสิ้นปีนี้ส่วนแบ่งของบริษัทน่าจะแตะระดับ 8% ได้
นอกจากนี้ ในอนาคตบริษัทจะพยายามเพิ่มฐานลูกค้ารายบุคคลเพื่อให้สัดส่วนระหว่างลูกค้า สถาบัน และรายบุคคล มีสัดส่วนเท่ากันที่ระดับ 50%
ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของบริษัท 80% มาจากธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์ และ 20% มาจากธุรกิจวาณิชธนกิจ
น.ส.ณัฐรินทร์ ยังกล่าวถึงกรณีสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ออกประกาศดูแลการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของบริษัทสมาชิก ว่าไม่ได้กระทบกับการจัดโปรโมชันของ บล.กสิกรไทย แต่อย่างใด โดยที่ยังคงดำเนินการตามปกติ







