
ใจปํ้าให้ธปท.ยืมเงิน
คลังเปิดไฟเขียวกองทุนฟื้นฟูฯกู้กองทุนพัฒนาประเทศใช้ได้
คลังเปิดไฟเขียวกองทุนฟื้นฟูฯกู้กองทุนพัฒนาประเทศใช้ได้
คลัง เปิดช่องกองทุนฟื้นฟูฯ ยืมเงินค่าต๋งธนาคารรัฐใช้หนี้
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.กองทุนพัฒนาสถาบันการเงินเฉพาะกิจ อยู่ระหว่างคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจร่างเพื่อให้สภาพิจารณาต่อไป ซึ่งสาระสำคัญของกฎหมายซึ่งมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน มีผู้อำนวยการ สศค.และผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และผู้แทนกฤษฎีกาเป็นกรรมการ
ทั้งนี้ กฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่าการใช้เงินของกองทุนที่มาจากการเก็บค่าธรรมเนียมเงินฝาก 0.47% จากฐานเงินฝากของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐทำได้ใน 5 ช่องทาง ประกอบด้วย 1.เพิ่มทุนให้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ 2.ช่วยเหลือสถาบันการเงินกรณีที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินมาตรการตามนโยบายของรัฐบาลตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) 3.ให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินกู้ยืมเพื่อไปใช้หนี้ของกองทุนฟื้นฟูฯ หากมีเงินชำระไม่พอ
นอกจากนี้ 4.นำเงินมาใช้พัฒนาศักยภาพของสถาบันการเงินของรัฐได้ เช่น การทำระบบไอทีเชื่อมโยงข้อมูล และ 5.ให้นำเงินเข้าคลัง หากมีมากเกินไป
นายสมชัย กล่าวว่า การเพิ่มช่องทางการใช้เงินให้กองทุนฟื้นฟูฯ ยืมได้ เพราะได้รับการร้องขอจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า การโอนภาระหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ให้ ธปท. ได้ระบุชัดว่าไม่ให้ตั้งงบประมาณไปใช้หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ซึ่งทาง ธปท.เป็นห่วงว่าอาจจะมีเหตุการณ์ที่ ธปท.หารายได้ไม่พอชำระหนี้จะมีปัญหา ก็ขอให้เปิดช่องในส่วนนี้ไว้เผื่อมีปัญหาเกิดขึ้นจะได้แก้ไขได้ทันที
ผู้อำนวยการ สศค. กล่าวว่า การเก็บค่าธรรมเนียมไม่มีผลต่อการประเมินผลงานของธนาคารรัฐ เพราะถือเป็นการดำเนินตามนโยบายของรัฐบาล นอกจากนี้ ในมติ ครม.เรื่องให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจทำโครงการพักหนี้ดี ได้ระบุไว้ว่าให้กระทรวงการคลังไปหาวิธีหารายได้เพิ่มเติม เช่น ให้ธนาคารรัฐเก็บค่าธรรมเนียมได้มากขึ้น เช่น การออกหนังสือค้ำประกันให้หน่วยงานราชการและเอกชน จะได้มีรายได้เพิ่ม แต่การเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมจะต้องไม่เป็นภาระให้กับลูกค้ารายย่อยของธนาคาร
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นคาดว่าผลจากการเก็บค่าธรรมเนียม 0.47% ของฐานเงินฝากของสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มีรวมกันประมาณ 3 ล้านล้านบาท จะมีเงินเก็บเข้ากองทุนประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเริ่มดำเนินการได้ในเดือน ก.ค.นี้







