
ข้อสังเกต ภ.ง.ด. 50
โดย...สมชาย ชูเกตุ
โดย...สมชาย ชูเกตุ
การยื่นแบบเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2554 ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เสียภาษีจากฐานกำไรสุทธิ มีข้อสังเกตเกี่ยวกับประเด็นที่ผู้ประกอบการมักปฏิบัติผิดพลาด ดังนี้
นับวันเวลายื่นแบบเสียภาษีผิดพลาด การยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ต้องยื่นภายใน 150 วัน นับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี ถ้านับวันเวลาผิดพลาดไปเกินกว่า 150 วัน ต้องเสียค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท หากมีภาษีชำระก็จะเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของภาษีชำระอีกด้วย สำหรับบริษัท ฯลฯ ที่มีรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุด ณ 31 ธ.ค. 2554 วันสุดท้ายของการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ในปีนี้จะตรงกับวันอังคารที่ 29 พ.ค. 2555 ซึ่งก็เหลือเวลาไม่ถึงเดือน อย่าได้รีรอยื่นแบบจนวันสุดท้าย หากผิดพลาดขึ้นมายังปรับปรุงแก้ไขได้ทัน สำหรับบริษัท ฯลฯ ที่มีวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีที่มิใช่วันที่ 31 ธ.ค. 2554 คงต้องนับวันเวลาครบกำหนด 150 วันเอง
อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2554 การเสียภาษีจากฐานกำไรสุทธิมีอัตราภาษีแตกต่างกันอยู่หลายอัตรา โดยปกติจะเสียภาษีอัตราร้อยละ 30 แต่กฎหมายก็ให้สิทธิพิเศษแก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือที่มักเรียกกันว่า SMEs โดยเฉพาะรายที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท จะได้รับยกเว้นภาษีสำหรับกำไรสุทธิ 1.5 แสนบาทแรก เสียภาษีอัตราร้อยละ 15
กำไรสุทธิส่วนที่เกินกว่า 1.5 แสนบาท แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท อัตราร้อยละ 25 สำหรับกำไรสุทธิส่วนที่เกินกว่า 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 3 ล้านบาท และอัตราร้อยละ 30 สำหรับกำไรสุทธิส่วนที่เกินกว่า 3 ล้านบาทขึ้นไป
หักรายจ่ายไม่ถูกต้อง การคำนวณหากำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลต้องเป็นตามเงื่อนไขมาตรา 65 ทวิ และ 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งมีหลากหลายรายการและเงื่อนไขแตกต่างกัน กฎหมายได้กำหนดรายจ่ายใดนำมาหักได้หรือหักไม่ได้ หักได้ทั้งจำนวนทีเดียวหรือทยอยหักค่าเสื่อมราคา
การคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีมักปฏิบัติแตกต่างกับกำไรสุทธิทางบัญชี เช่น รายจ่ายค่ารับรองลูกค้า รายจ่ายทางภาษีจะหักได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 0.30 ของจำนวนเงินยอดรายได้ หรือยอดขายที่ต้องนำมารวมคำนวณกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายใดในรอบระยะเวลาบัญชี และต้องไม่เกิน 10 ล้านบาท เป็นต้น
นำรายจ่ายที่ไม่มีหลักฐานการจ่ายเงินมาหักรายจ่าย บ่อยครั้งที่บริษัท ฯลฯ ได้จ่ายเงินค่าจ้างแรงงานหรือค่าจ้างอื่น โดยที่ไม่มีหลักฐานใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการจ่ายเงินมาประกอบการหักรายจ่าย ทั้งๆ ที่ได้จ่ายเงินจริงแต่ไม่มีหลักฐานให้ตรวจ ทำให้ไม่สามารถนำมาหักรายจ่ายได้ แก้ไขโดยการขอหลักฐานใบเสร็จรับเงิน หรือทำหลักฐานให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อการรับเงินนั้น พร้อมถ่ายสำเนาบัตรประชาชนผู้รับเงินไว้ หากไม่มีหลักฐานประกอบรายจ่ายนั้นคงนำมาใช้หักเป็นรายจ่ายไม่ได้
นำรายได้มารวมคำนวณไม่ครบถ้วน บริษัท ฯลฯ บางแห่งมีรายได้หลากหลายรายการ อาจหลงลืมไม่ได้นำรายได้บางรายการมารวมคำนวณ ทำให้กำไรสุทธิต่ำกว่าความเป็นจริง กรมสรรพากรสามารถตรวจสอบได้ง่าย หากบริษัท ฯลฯ ได้รับเงินได้และถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ เพียงแค่คีย์ข้อมูลเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของบริษัท ฯลฯ ก็จะทราบว่าบริษัท ฯลฯ มีรายได้จากที่ใดบ้าง
รายได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีแบบมีเงื่อนไข รายได้บางรายการที่ได้รับยกเว้นภาษีแบบมีเงื่อนไข เช่น เงินปันผลจากการถือหุ้นของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามกฎหมายไทย อาจจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้จากเงินปันผลทั้งหมด หรือยกเว้นภาษีกึ่งหนึ่ง เป็นต้น บริษัท ฯลฯ ที่ใช้สิทธิควรตรวจดูว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดหรือไม่
การหักรายจ่ายค่ารับรองไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด บริษัท ฯลฯ ต้องแยกให้ชัดเจนว่าเป็นค่ารับรองลูกค้าหรือรายจ่ายอื่นใดกันแน่ อย่างไรเป็นค่ารับรองลูกค้า หรือรายจ่ายส่วนตัว/เสน่หา
ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติผิดพลาดไปแล้วไม่ว่าจะมีเจตนาหรือไม่ก็ตาม ถ้าไม่เสียเงินเพิ่มเติมก็ต้องปวดหัวและเสียเวลาอย่างแน่นอน สวัสดีครับ







