
ไอซีทีชี้แก้สัญญามือถือเติมเงินเป็นประโยชน์
ไอซีทีอุ้มเอไอเอส ชี้แก้สัญญาพรีเพดเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้มือถือ ยังไม่เคาะค่าเสียหายทั้งหมดหลังคดียึดทรัพย์
ไอซีทีอุ้มเอไอเอส ชี้แก้สัญญาพรีเพดเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้มือถือ ยังไม่เคาะค่าเสียหายทั้งหมดหลังคดียึดทรัพย์
ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า การแก้ไขสัญญาโทรศัพท์ระบบเติมเงิน (พรีเพด) ระหว่าง บริษัท ทีโอที และ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือและทำให้ตลาดนี้เติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ จึงต้องการให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ไอซีทีตั้งขึ้นนั้นประมวลความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมและมองรอบด้าน เพราะมูลค่าความเสียหายที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ประเมินไว้ที่ 1.36 แสนล้านบาทนั้นเป็นมูลค่าที่สูงเกินจริง
"แม้การแก้ไขสัญญาที่เกิดขึ้นจะทำให้รัฐเสียหาย แต่มีองค์ประกอบหลายอย่างที่ส่งผลดีต่อผู้ใช้บริการตามมา ซึ่งต้องดูว่าเมื่อพิจารณารวมกันแล้วเกิดผลดีหรือผลเสียมากน้อยกว่ากัน แต่พร้อมที่จะให้หน่วยงานที่ได้รับความเสียหายเร่งดำเนินการฟ้องร้อง ส่วนจะกลับไปใช้สัมปทานเดิมก่อนมีการแก้ไขหรือไม่นั้นต้องมีการหารือเพื่อดูเนื้อหาและประเด็นทั้งหมดก่อน" ร.ต.หญิง ระนองรักษ์กล่าว
นายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที กล่าวว่า เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะทำงานของทีโอทีประเมินความเสียหายเบื้องต้นกว่า 1 แสนล้านบาทแล้ว ต้องรอให้ทางไอซีที เป็นผู้พิจารณาว่าจะดำเนินการเช่นไรต่อไป เช่น ฟ้องศาลแพ่งกับผู้ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม มองว่ายังเป็นเรื่องยากที่จะกลับมาใช้สัมปทานเดิม เพราะสัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาผูกพัน แต่ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับกระบวนการพิจารณาของศาล







