
ไมซ์อ่วมค่าจ้าง300บาท
กระทบต้นทุนพุ่งกำไรหดวูบเล็งเปิดเออีซีนำเข้าบุคลากร
กระทบต้นทุนพุ่ง-กำไรหดวูบเล็งเปิดเออีซีนำเข้าบุคลากร
ธุรกิจไมซ์อ่วม ค่าจ้าง 300 บาท ดันต้นทุนพุ่ง กำไรหด ต่างชาติเล็งแข่ง จับมือสร้างเครือข่ายพัฒนาคนรองรับเออีซี
นายประวิชย์ ศรีบัณฑิตมงคล นายกสมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท และแนวโน้มค่าพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่ออุตสาห กรรมการแสดงสินค้า ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น 20% ขณะที่ไม่สามารถปรับขึ้นค่าบริการหรือเพิ่มบุคลากรได้ เนื่องจากการแข่งขันสูง
ทั้งนี้ บุคลากรในอุตสาหกรรมไมซ์ค่อนข้างขาดแคลน ผู้ประกอบการจึงต้องแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพแรงงานที่มีอยู่ให้สูงขึ้น รวมทั้งพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งจะมีคู่แข่งเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น รวมทั้งแรงงานที่จะหลั่งไหลเข้ามาในอีก 3 ปีข้างหน้า
“ไทยมีความได้เปรียบอยู่แล้วจากการเปิดเออีซี ทั้งความสามารถในการขยายฐานตลาด จากศักยภาพที่มี มีเพียงต้องพัฒนาทักษะแรงงาน โดยเฉพาะด้านภาษาและการเข้าไปศึกษาตลาดเพื่อนบ้านอย่างแท้จริง เพื่อรู้เขารู้เรา ส่วนบุคลากรหากพัฒนาไม่ทันอีก 3 ปีข้างหน้า เมื่อเปิดเออีซีจะมีแรงงานหลั่งไหลเข้ามาเป็นทางเลือกให้ผู้ประกอบการไทยหาแรงงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในราคาที่คุ้มค่า” นายประวิชย์ กล่าว
สำหรับธุรกิจไมซ์ปีนี้คาดว่าจะมีมูลค่า 7-7.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจการแสดงสินค้า 2-2.5 หมื่นล้านบาท ธุรกิจการจัดประชุมและท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล 5 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 10-15% จากปีก่อน ขณะที่สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (สสปน.) คาดว่าธุรกิจไมซ์ปีนี้จะขยายตัว 4% หรือมีมูลค่า 6 หมื่นล้านบาท
นายธงชัย ศรีดามา กรรมการปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการ สสปน. กล่าวว่า สสปน.และอีก 4 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) สมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) และกองทุนส่งเสริมการจัดประชุมนานาชาติ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงในการทำงานร่วมเป็นเครือข่ายภาคีไมซ์ ในบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมไมซ์รองรับการแข่งขันหลังเปิดเออีซีในปี 2558
ทั้งนี้ แนวทางการทำงานคือ 1.การกำหนดแผนพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมไมซ์ 2.ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับกลุ่มวิชาชีพไมซ์โดยเฉพาะ 3.ร่วมกันจัดทำแผนฝึกอบรมและจัดสัมมนาเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ของอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศไทย 4.ร่วมกันประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการไมซ์ให้ได้ประโยชน์จากการเปิดเสรีอาเซียน







