
คนไทยเบื่อภูเก็ตหนีดำน้ำเพื่อนบ้าน
ชี้เงินเฟ้อ-ค่าใช้จ่ายใกล้เคียง วอนรัฐส่งเสริมระบบครบวงจร
ชี้เงินเฟ้อ-ค่าใช้จ่ายใกล้เคียง วอนรัฐส่งเสริมระบบครบวงจร
คนไทยเบื่อภูเก็ต แห่ดำน้ำประเทศเพื่อนบ้าน เดอะ ลีฟวิ่ง แนะรัฐจัดระเบียบครบวงจร ด้าน ททท.ผนึก เอ็น.ซี.ซี จัดงานหนุนหวังเงินสะพัด 500 ล้านบาท
นางศศิ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท เดอะ ลีฟวิ่ง ผู้ประกอบการธุรกิจดำน้ำ เปิดเผยว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวไทยกลุ่มดำน้ำนิยมเดินทางไปดำน้ำในประเทศคู่แข่งของไทย ได้แก่ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย แทน จ.ภูเก็ต มากขึ้น เนื่องจากเบื่อสถานที่ท่องเที่ยวใน จ.ภูเก็ต รวมถึงค่าใช้จ่ายแพ็กเกจทัวร์ในประเทศมีราคาต่างจาก 3 เส้นทางต่างประเทศไม่มากนัก
ทั้งนี้ ส่งผลให้อัตราการเติบโตธุรกิจดำน้ำในปีนี้เติบโตเฉลี่ย 15% ลดลงจากทุกปีที่เติบโต 30% ซึ่งเอกชนต้องการให้หน่วยงานภาครัฐส่งเสริมธุรกิจดำน้ำเป็นระบบครบวงจร รวมทั้งรองรับการเปิดเออีซี เพราะกลุ่มดังกล่าวเป็นตลาดเฉพาะและเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง หากผลักดันอย่างเป็นรูปธรรมเชื่อว่าตลาดจะโตได้ถึง 40% ต่อปี
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการเรือ ควรปรับกลยุทธ์การตั้งราคาจำหน่ายตั๋วโดยสารให้หลากหลายในแต่ละช่องทางจำหน่าย เพราะปัจจุบันกำหนดราคาเท่ากันทุกช่องทาง ทำให้นักท่องเที่ยวขาดแรงจูงใจ ซึ่งส่งผลต่อภาพรวมการท่องเที่ยวด้วย
“เงินเฟ้อทำให้คนไทยใช้จ่ายลดลง ส่วนที่วางแผนท่องเที่ยวเลือกไปเส้นทางต่างประเทศ เพราะมีความจำเจเรื่องเส้นทาง ขณะที่ตลาดต่างชาติยังมีแนวโน้มเติบโตดีกว่า แต่ไม่บูมเท่า 5-10 ปีที่ผ่านมา” นางศศิ กล่าว
ดังนั้นจึงถึงเวลาที่หน่วยงานภาครัฐต้องให้การส่งเสริมอย่างจริงจัง เพื่อให้ธุรกิจดำน้ำของประเทศไทย เติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยต้องเร่งวางแผนงานต่างๆ รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปี 2558 ด้วย เพราะขณะนี้คู่แข่งเริ่มแซงหน้าประเทศไทย
ด้านนายธวัชชัย อรัญญิก รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้ร่วมมือกับบริษัท เอ็น.ซี.ซี.เอ็กซิบิชั่น (นีโอ) จัดงานไทยแลนด์ กอล์ฟ แอนด์ ไดรฟ์ เอ็กซ์โป หรือ มหัศจรรย์ท่องเที่ยวไทย มหัศจรรย์ท่องโลก ระหว่างวันที่ 10-13 พ.ค.นี้ บริเวณศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ในงานดังกล่าว ได้รวบรวมผู้ประกอบการร้านดำน้ำ สนามกอล์ฟ บริษัททัวร์ท่องเที่ยว และสายการบิน ร่วมออกบูธกว่า 500 บูธ พร้อมลดราคาพิเศษ เฉลี่ย 15-70% เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวช่วงครึ่งปีหลัง ตั้งเป้าเงินสะพัดในงาน 500 ล้านบาท
นอกจากนี้ ในวันที่ 4 พ.ค.นี้ ททท.เตรียมหารือร่วมกับภาคเอกชนท่องเที่ยว ติดตามสถานการณ์การท่องเที่ยว พร้อมประเมินผลกระทบจากปัจจัยลบต่างๆ เช่น ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นสูง ค่าจ้าง 300 บาท เป็นต้น เพื่อปรับกลยุทธ์การท่องเที่ยวครึ่งปีหลังให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
น.ส.บุษยา ประกอบทอง รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ็น.ซี.ซี เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ เปิดเผยว่า การจัดงานไทยแลนด์ กอล์ฟฯในครั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าชมตลอด 4 วัน 1.9 แสนคน รายได้สะพัด 500 ล้านบาท ซึ่งนีโอมีแผนจัดงานให้มีความยิ่งใหญ่ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนยืกลาง(ฮับ) ด้านธุรกิจกอล์ฟ และดำน้ำ ในภูมิเอเชีย







