
โกร่งชี้เงินเฟ้ออ่อนตัวทำดอกเบี้ยไม่ขึ้น
ดร.โกร่ง ชี้ดอกเบี้ยไม่ขึ้น เหตุเงินเฟ้ออ่อนตัว จากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มลดลง และสภาพคล่องส่วนเกินล้น
ดร.โกร่ง ชี้ดอกเบี้ยไม่ขึ้น เหตุเงินเฟ้ออ่อนตัว จากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มลดลง และสภาพคล่องส่วนเกินล้น
นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) เปิดเผยว่า แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยหลังจากนี้คงจะไม่เห็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยขึ้น เนื่องจากไม่มีเหตุผลที่จะขึ้น สภาพคล่องส่วนเกินในระบบมีสูงถึง 2 ล้านล้านบาท ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อก็เริ่มอ่อนตัวลง และมีแนวโน้มจะอ่อนตัวลงอีกในไตรมาส 2 และไตรมาส 3 เนื่องจากราคาพลังงานจะปรับลดลง เพราะเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนของประเทศสหรัฐอเมริกา และยุโรป ความต้องการใช้พลังงานจึงมีแนวโน้มลดลง และราคาน้ำมันน่าจะขึ้นสูงที่สุดที่ระดับ 110-120 เหรียญต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ ภาพรวมทางเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังจะดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก โดยอุตสาหกรรมที่เห็นได้ชัดเจน คือ อุตสาหกรรมท่องเที่ยว และภาพรวมเศรษฐกิจทั้งปี จะมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 6-6.5% เงินเฟ้อ 3-4% และดอกเบี้ยมีแนวโน้มที่ลดลง ซึ่งมีปัจจัยบวกมาจากเงินทุนต่างประเทศไหลเข้ามาในประเทศมาขึ้น
ขณะที่การส่งออกเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเดือน เม.ษ.ที่ผ่านมา แม้ว่าในครึ่งปีแรกอาจจะชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนการนำเข้าสินค้าในไตรมาส 1 ถือว่าสูงผิดปกติ เพราะมีการนำเข้าเครื่องจักร และวัตถุดิบมาทดแทนส่วนที่ถูกน้ำท่วม ทำให้ในไตรมาส 1 ไทยขาดดุลการค้า แต่คาดว่าทั้งปีน่าจะเกินดุลอยู่ในระดับ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
นอกจากนี้ ยังมีการใช้จ่ายของรัฐบาลในงบประมาณเยี่ยวยาและความเสียหายของน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่ผ่านมา วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งใช้ในการก่อสร้างวงเงิน 4 หมื่นล้านบาท นอกจากนั้น ในส่วนวงเงิน 3.5 แสนล้านบาทสำหรับการวางระบบพื้นฐานของประเทศนั้น ก็เริ่มทยอยออกมาได้ประมาณปลายปีนี้ หรือต้นปี 2556
ขณะที่ในปี 2556 การลงทุนของรัฐน่าจะเป็นตัวดึงการลงทุนของภาคเอกชนให้มีเพิ่มขึ้น โดยรัฐจะมีการลงทุนพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่น รถไฟความเร็วสูง วงเงิน 2.2 ล้านล้านบาท ซึ่งควรจะวางแผนแล้วเสร็จภายในปีนี้ และเริ่มดำเนินการได้ในปีหน้า ขณะเดียวกันจะปรับสัดส่วนผู้ถือใหม่ของผู้บริหารแอร์พอร์ทลิ้งค์ เพื่อให้พ้นจากรัฐวิสาหกิจ โดยจะให้มีการท่าอากาศยานไทย การรถไฟแห่งประเทศ และเอกชน เป็นผู้ถือหุ้น เพื่อให้สะดวกต่อการลงทุน เพราะต้องเพิ่มให้มีการเชื่อมต่อระหว่างสนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมือง
อย่างไรก็ตาม ในครึ่งปีหลังนี้ไทยอาจประสบภาวะการขาดแคลนแรงงานต่างชาติ เพราะเศรษฐกิจพม่ากำลังร้อนแรง ราคาที่ดินปรับสูงขึ้นมาก ขณะที่ค่าเงินจ๊าดแข็งค่าขึ้นจากเดิม 100 จ๊าด ต่อ 4 บาท เป็น 5.50 บาท แข็งค่าขึ้น 40% โดยแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน อาจจะไหลกับเข้าไปทำงานที่ประเทศตัวเองมากขึ้น เพราะหากทำงานในเมืองไทยส่งเงินกลับบ้านจะแลกเงินได้น้อยลง โดยอุตสาหกรรมที่น่าเป็นห่วง ได้แก่ ประมง ยาพารา เพราะจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยลำบาก







