
ซีพีเอฟปั้น5ดาว5ปีหมื่นสาขา
ทั้งย่าง-ทอด-ข้าว-บะหมี่ เล็งขยายทั่วไทย-อาเซียน
ทั้งย่าง-ทอด-ข้าว-บะหมี่ เล็งขยายทั่วไทย-อาเซียน
ซีพีเอฟวาดแผนธุรกิจ 5 ดาวภายใน 5 ปี ต้องมีสาขาครบ 1 หมื่นแห่งทั่วไทยและอาเซียน ประเดิมปีนี้เปิด 800 สาขา
นายสถิต สังขนฤบดี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจ 5 ดาว บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บริษัทได้วางนโยบายของธุรกิจ 5 ดาวในระยะเวลา 5 ปีจากนี้จะมีจำนวนร้านสาขาให้ได้ 1 หมื่นสาขา ทั้งในประเทศไทยและประเทศในแถบอาเซียน โดยทั้งหมดจะเป็นรูปแบบการขยายสาขาผ่านระบบแฟรนไชส์ 100% เพื่อส่งเสริมให้มีธุรกิจเป็นของตนเอง และสร้างรายได้อย่างมั่นคง จากปัจจุบันในไทยมีจำนวนสาขาที่ 4,700 สาขา แบ่งเป็น ไก่ย่าง 5 ดาว 2,300 สาขา ไก่ทอด 1,400 สาขา ข้าวมันไก่ 700 สาขา และบะหมี่เกี๊ยวกุ้ง 200 สาขา ซึ่งทั้งหมดเป็นสาขาของแฟรนไชส์
ขณะที่ตลาดในอาเซียนได้เข้าไปขยายตลาดเมื่อ 3 ปีที่แล้วที่ประเทศลาว กัมพูชา และเวียดนาม มีสาขาประมาณ 300 สาขา และเริ่มต้นด้วยธุรกิจร้านไก่ย่างและไก่ทอด 5 ดาวก่อน โดยในช่วงเริ่มต้นบริษัทได้เข้ามาลงทุนเอง แต่ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างปรับรูปแบบให้เป็นแฟรนไชส์ทั้งหมด และได้เริ่มที่ประเทศกัมพูชาแล้ว คาดว่าจะใช้ระยะเวลา 2 ปีจะปรับทั้งหมดให้เป็นร้านสาขาของแฟรนไชส์ เนื่องจากมองว่าตลาดในอาเซียนมีศักยภาพอย่างมากด้วยจำนวนประชากรที่มีอยู่ และค่าจ้างแรงงานที่ต่ำกว่าไทย ประกอบกับโอกาสที่เห็นว่าคนในประเทศนั้นๆ ต้องการมีธุรกิจของตนเอง พร้อมกันนี้หลังจากเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ทำให้ภาษีเหลือ 0% ส่งผลดีต่อการขยายธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น
สำหรับในปีนี้วางแผนที่จะขยายธุรกิจ 5 ดาวเข้าไปยังประเทศพม่า บังกลาเทศ และอินเดีย ซึ่งในช่วงแรกจะเข้าไปสร้างตลาดเองก่อน หลังจากนั้นจะปรับเป็นแฟรนไชส์ให้เป็นไปตามนโยบายของบริษัท ส่วนตลาดในไทยปีนี้วางแผนจะเปิดให้ได้ 800 สาขาเป็นของแฟรนไชส์ทั้งหมด โดยจะให้ความสำคัญกับไก่ทอดและข้าวมันไก่ จะเปิดทั้งหมด 500 สาขา ที่เหลือจะเป็นไก่ย่างและบะหมี่เกี๊ยวกุ้ง เนื่องจากไก่ทอดและข้าวมันไก่มีจำหน่ายในทุกจังหวัดแต่ยังไม่ครอบคลุมทุกอำเภอ ขณะที่ไก่ย่างมีครอบคลุมทุกจังหวัดและเกือบทุกอำเภอทั่วประเทศแล้ว ส่วนร้านบะหมี่เกี๊ยวกุ้งได้รับการตอบรับที่ดี แต่ยังเติบโตได้ไม่เท่ากับร้านข้าวมันไก่
นายสถิต กล่าวว่า ยอดขายของธุรกิจ 5 ดาวในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้มีอัตราเติบโต 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และคาดว่าในช่วงไตรมาส 2 ยอดขายจะเติบโตดีต่อเนื่อง ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลวันหยุดยาวต่อเนื่องหลายครั้ง ดังนั้นยอดขายทั้งปีน่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้เติบโต 20% หรือมียอดขาย 5,500 ล้านบาท จากปีที่แล้วมียอดขาย 4,500 ล้านบาท มีอัตราเติบโต 20%







