
เปรียบมวยหมัดต่อหมัด 4 สมาร์ตโอเอส
มองตลาดสมาร์ตโฟนในปัจจุบัน เห็นภาพการแข่งขันของระบบปฏิบัติการ หรือโอเอส ที่ชัดเจนมากๆ จาก 4 ค่ายพัฒนา
มองตลาดสมาร์ตโฟนในปัจจุบัน เห็นภาพการแข่งขันของระบบปฏิบัติการ หรือโอเอส ที่ชัดเจนมากๆ จาก 4 ค่ายพัฒนา
ได้แก่ ไอโอเอส จากค่ายแอปเปิล แอนดรอยด์ จากค่ายกูเกิล วินโดวส์โฟน จากไมโครซอฟท์ และแบล็คเบอร์รี่โอเอส จากแบล็คเบอร์รี่ หรือบีบี ซึ่งมาจากทั้งระบบเปิดและระบบปิด เป็นที่น่าสนใจว่าโอเอสไหนที่น่าจะมีอนาคตที่สดใสมากที่สุด และโอเอสไหนที่ต้องเร่งปรับตัวก่อนจะกลายเป็นอดีตไป ซึ่งผู้ที่จะกำหนดความเป็นไป มีทั้งผู้ผลิต นักพัฒนา และผู้ใช้งาน ซึ่งต่างมีผลต่อความอยู่รอดด้วยกันทั้งสิ้น
หลายคนต้องการทราบว่า วินโดวส์โฟนที่จะวางตลาดพร้อมกับโนเกียจะสามารถกลับมาแย่งชิงตลาดได้หรือไม่ ไอโฟนที่ไม่มี สตีฟ จ็อบส์ จะยังคงความเป็นผู้นำนวัตกรรมต่อไป แอนดรอยด์จะขยายตลาดออกไปได้อีกเท่าใด และบีบีจะฟื้นตลาดกลับมาได้หรือไม่ ทั้งในมุมของนักพัฒนาที่จะสร้างสรรค์ผลงาน และในมุมของผู้ใช้ที่จะเลือกใช้งานสมาร์ตโฟน
ยุคลอาจ ชาญพานิชกิจการ รองประธานฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท สปริง เทเลคอม ผู้เชี่ยวชาญด้านวิจัยและพัฒนาแอพพลิเคชันบนสมาร์ตดีไวซ์ กล่าวว่า หากจะเปรียบเทียบจุดเด่นจุดด้อยของโอเอสแต่ละตัว ก็ต้องมองในทุกมิติ โดยเริ่มจากวินโดวส์โฟนของไมโครซอฟท์ที่ร่วมมือกับโนเกีย หน้าจอส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ หรือยูไอ ลื่นไหลดี การใช้งานคล่องแคล่ว ถือว่ามีความแปลกตาและสวยงาม ดึงดูดใจให้น่าใช้มากๆ ถือเป็นจุดเด่นที่ไมโครซอฟท์พัฒนาออกมาได้ดี แต่เหตุผลเดียวที่วินโดวส์โฟนไม่สามารถกลับมาแจ้งเกิดได้ คือ การไม่รองรับการใช้งานภาษาไทย ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในตลาดประเทศไทย ถือเป็นข้อจำกัดในระบบปิดของไมโครซอฟท์ และแม้จะผ่านมาเป็นปีแล้ว ก็ยังไม่มีการพัฒนาภาษาไทยออกมารองรับการใช้งาน
ด้านการพัฒนาไมโครซอฟท์มีเครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาแอพพลิเคชันที่ดีมาก เอื้อต่อการทำงานของนักพัฒนา เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นไมโครซอฟท์อยู่แล้ว เครื่องมือทุกอย่างได้รับการการันตีคุณภาพ หากนักพัฒนามองตลาดต่างประเทศ และไมโครซอฟท์เปิดให้ใช้เครื่องมือในการพัฒนาฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย จะเป็นการขยายตลาดได้เป็นอย่างดี
ดังนั้น ถ้าไมโครซอฟท์และโนเกียจะกลับมาแย่งชิงตลาดได้ ต้องบูตตลาดมากๆ ต้องสร้างการยอมรับจากผู้ใช้อีกครั้ง ซึ่งตัวเครื่องโนเกียถือว่ามีคุณภาพและดีไซน์ที่สวยงาม ซอฟต์แวร์และโปรแกรมของไมโครซอฟท์ที่จะใช้เชื่อมการใช้งานกันวินโดวส์โฟนก็มีมากมาย แอพพลิเคชันที่มีอยู่อาจจะไม่มากมายแต่ก็ครบถ้วน กลุ่มคนใช้จริงๆ อาจจะเป็นสาวกที่เหนียวแน่นของโนเกีย หรือเป็นเครื่องที่ 3 ถัดจากไอโฟนและแอนดรอยด์ แต่ในระยะเวลาอันใกล้ยังยากที่จะเป็นเครื่องหลัก
ด้านไอโอเอส บนผลิตภัณฑ์ตระกูลไอของแอปเปิล ถือว่ามีต้นทุนที่ดีติดลมบนอยู่ในใจของผู้ใช้งานไปแล้ว ถือว่าเป็นระบบปิดเหมือนกัน แต่มีการวางรากฐานและสร้างอีโคซิสเต็มส์ให้เกิดขึ้นได้ ตัวเครื่องมีดีไซน์ที่น่าสนใจ และมีแอพพลิเคชันให้ใช้งานอยู่มากมายมหาศาล ซึ่งการมีแอปเปิลสโตร์และไอทูน ทำให้ระบบการจัดการแอพพลิเคชันและระบบลิขสิทธิ์ทำได้ดีกว่าระบบอื่นๆ ถือว่าเอื้อต่อนักพัฒนาแอพพลิเคชันและคอนเทนต์
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีจุดเด่นก็ย่อมมีจุดอ่อน อันดับแรกคือ การใช้งานของไอโอเอสไม่สามารถเปิดใช้งานแอพพลิเคชันต่างๆ พร้อมกันในเวลาเดียวกันได้ ต้องเปิดและปิดทีละแอพพลิเคชันเท่านั้น ถือว่าไม่รองรับการทำงานแบบมัลติทาสกิงอย่างแท้จริง ต่างจากแอนดรอยด์ที่สามารถทำได้ ส่วนต่อมาคือ เดิมแอปเปิลมีไอโฟนเป็นหลักทำให้มีหน้าจอขนาดเดียว แต่หลังจากนี้จะเริ่มมีหน้าจอที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งขนาดและความละเอียดของหน้าจอ ทำให้ในอนาคตการจัดการแอพพลิเคชันในแต่ละขนาดต้องมีความยุ่งยากมากขึ้น ไม่ใช่ว่าทุกแอพพลิเคชันจะใช้ได้ในทุกผลิตภัณฑ์เหมือนเดิมอีก
อีกส่วนหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้ คือ ยูไอที่ทำออกมาหน้าตาเหมือนเดิมตลอด แม้จะใช้งานง่ายแต่ไม่มีอะไรแปลกใหม่สำหรับผู้ใช้ แต่หากจะเปลี่ยนโครงสร้างหน้าจอ อาจกระทบกับการรองรับแอพพลิเคชันต่างๆ ที่มีอยู่ด้วย
ระบบปฏิบัติการต่อมา คือ แอนดรอยด์ที่สมาร์ตโฟนจำนวนมาหยิบไปใช้ ด้วยความเป็นระบบเปิด ถือเป็นโอเอสที่สร้างปรากฏการณ์เปิดตลาดสมาร์ตโฟนให้กลายเป็นแมสทำราคาลงได้ต่ำกว่า 5,000 บาท และในอนาคตอาจจะฆ่าฟีเจอร์โฟนได้ รองรับการใช้งานทั้งแท็บเล็ตและมือถือ จึงคุ้มค่าต่อการพัฒนาแอพพลิเคชันมารองรับ การพัฒนาระบบทำได้รวดเร็วเพราะเป็นระบบเปิด มีแอพพลิเคชันที่หลากหลาย เพราะใครก็สามารถนำเครื่องมือไปใช้งานได้ ยิ่งมีกูเกิลให้การสนับสนุนแนวทางยิ่งชัดเจน
หากจะมองจุดอ่อนของแอนดรอยด์ ที่เห็นได้ชัดคือ การรองรับผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมีขนาดต่างๆ กัน จึงเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับนักพัฒนาแอพพลิเคชัน และด้วยแนวคิดที่สนับสนุนการแบ่งปัน ทำให้ระบบลิขสิทธิ์และการเก็บเงินยังทำได้ไม่สมบูรณ์เท่ากับแอปเปิล และด้วยความเป็นระบบเปิดนี่เอง ที่ทำให้สมาร์ตโฟนแบรนด์ใดก็สามารถนำไปใช้งานได้ หลายๆ ครั้งที่เครื่องไม่ได้มาตรฐาน ทำให้การใช้งานไม่สมบูรณ์
สุดท้ายคือ บีบีที่ตอนนี้กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นต่างจังหวัด เพราะสามารถแชตได้และราคาไม่สูง แต่จุดอ่อนสำคัญคือ บีบีฮาร์ดแวร์ไม่นิ่ง หน้าจอขนาดเล็กไม่เหมาะกับการใช้งานแอพพลิเคชัน การทำหน้าจอทัชสกรีนไม่เหมาะกับการพิมพ์แบบเดิม หรือตัวโอเอสที่ไม่รองรับการพัฒนาแอพพลิเคชันที่หลากหลาย หากยังหาจุดแข็งที่ชัดเจนไม่ได้ ด้วยข้อดีด้านแชตและพุชเมล ที่ปัจจุบันโอเอสอื่นๆ ก็ทำได้ดี ต่อไปบีบีจะอยู่ในตลาดได้ยาก
ยุคลอาจ กล่าวต่อไปว่า หากพิจารณาระหว่างระบบเปิด ที่สามารถพัฒนาได้เร็ว ช่วยขยายตลาดผู้ใช้ได้รวดเร็ว เปิดตลาดให้นักพัฒนา แต่อาจมีทิศทางที่หลากหลายไม่แน่นอนขึ้นกับหัวเรือใหญ่ กับระบบปิดที่สามารถควบคุมการพัฒนาได้มีทิศทางที่ชัดเจน แต่ก็จำกัดการพัฒนาไว้เพียงที่เจ้าของไอเดียเท่านั้น ดังที่เคยเห็น เช่น สตีฟ จ็อบส์ บิล เกตส์ ต่อไปจะเห็นการประชันของ 2 ระบบ ว่าใครจะเป็นผู้ชนะที่ครอบครองพื้นที่ผู้ใช้และผลกำไรสูงที่สุด







