
อินเดียเล็งทวาย ดันไทยพัฒนารับ
อินเดียสนใจลงทุนทวาย เร่งผู้ประกอบการไทยพัฒนาพื้นที่-ระบบขนส่งเชื่อมโยง ด้านบีโอไอเตรียมเปิดสำนักงานที่มุมไบ ส.ค. หนุนการลงทุน
อินเดียสนใจลงทุนทวาย เร่งผู้ประกอบการไทยพัฒนาพื้นที่-ระบบขนส่งเชื่อมโยง ด้านบีโอไอเตรียมเปิดสำนักงานที่มุมไบ ส.ค. หนุนการลงทุน
ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังเข้าพบกับนายอนิล วาธวา เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย ว่า อินเดียได้ติดตามความคืบหน้าการขยายการลงทุนระหว่างไทยและอินเดีย โดยทางอินเดียสนใจแหล่งการลงทุนในทวายอย่างมาก จึงต้องการใช้ไทยเป็นฐานการผลิต และเชื่อมโยงการขนส่งผ่านท่าเรือทวาย
นอกจากนี้ ยังให้ผู้ประกอบการไทยเร่งพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งไทยอยู่ระหว่างเตรียมแผนการลงทุนที่นักลงทุนอินเดียสนใจ รวมถึงจะเร่งพัฒนาระบบโลจิสติกส์จาก จ.กาญจนบุรี เชื่อมต่อไปยังพุน้ำร้อนและเข้าสู่ทวาย
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมที่ทางอินเดียสนใจลงทุนในทวายได้แก่ ปิโตรเคมี น้ำมัน และอุตสาหกรรมเคมี ที่อินเดียมีความเชี่ยวชาญ ซึ่งทางบริษัท ปตท. ได้รับสัมปทานขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอ่าวเมาะตะมะหลายแปลง จึงเป็นแหล่งการลงทุนในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น ปิโตรเคมี เคมี ได้เป็นอย่างดี
“ประเทศไหนก็สนใจเข้าไปลงทุนในทวาย เพื่อใช้เป็นจุดเชื่อมต่อกับอาเซียน และเส้นทางจากท่าเรืออินเดียมาถึงทวาย ก็สั้นกว่าจากท่าเรืออินเดียไปถึงท่าเรือมะละกา ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งเดิม ดังนั้นไทยต้องเร่งเป็นตัวเชื่อมโยงทั้งด้านการลงทุนและการขนส่งให้เชื่อมต่อกับทวาย” ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ กล่าว
ขณะเดียวกันสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จะเปิดสำนักงานส่งเสริมการลงทุนต่างประเทศที่เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย ตั้งแต่เดือน ก.ค. 2555 และจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในเดือน ส.ค. โดยจะจัดกิจกรรมส่งเสริมชักจูงการลงทุนจากอินเดียมาประเทศไทย รวมทั้งกระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างการเจรจาปรับปรุงข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทยอินเดีย จะได้ข้อยุติกลางเดือน มิ.ย. 2555 ซึ่งจะทำให้การค้าการลงทุน 2 ประเทศเพิ่มมากขึ้น
สำหรับในช่วงไตรมาสแรกปี 2555 ผู้ประกอบการอินเดียยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน 4 โครงการ มูลค่าการลงทุน 766 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่แล้วมี 6 โครงการ มูลค่า 255 ล้านบาท พบว่าจำนวนโครงการลดลงแต่มูลค่าการลงทุนสูงขึ้น ส่วนคำขอรับส่งเสริมการลงทุนตลอดปี 2554 มี 13 โครงการ มูลค่า 3,180 ล้านบาท
นายโชคดี แก้วแสง รองเลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการอินเดียสนใจเข้ามาลงทุนในกิจการเคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกลโลหะ เพิ่มขึ้นจากเดิมที่เข้ามาลงทุนสิ่งทอ ปิโตรเคมี โดยมูลค่าการลงทุนจากอินเดียมาไทยยังถือว่าน้อยแต่มีโอกาสที่จะขยายตัวได้มากขึ้น ซึ่งบีโอไอเตรียมจัดกิจกรรมชักจูงการลงทุน เช่น การเจรจาจับคู่ธุรกิจ การร่วมงานแสดงสินค้า การจัดสัมมนาชักจูงการลงทุน โดยในช่วงที่ยังไม่มีสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนที่เมืองมุมไบก็จะขอความร่วมมือสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำอินเดียช่วยดำเนินการ ซึ่งในเดือน พ.ค.2555 กระทรวงการต่างประเทศจะจัดสัมมนาการลงทุนที่อินเดียก็จะส่งผู้แทนบีโอไอไปร่วมชี้แจงโอกาสการลงทุนในไทยด้วย







