
ฮานาฯหนีค่าจ้างพุ่ง25%
ยอมรับศึกษาหาทำเลตั้งโรงงานใหม่ดิ้นปรับกลยุทธ์สร้างกำไรปีนี้พุ่งขึ้น
ยอมรับศึกษาหาทำเลตั้งโรงงานใหม่ดิ้นปรับกลยุทธ์สร้างกำไรปีนี้พุ่งขึ้น
ฮานาฯ ทนค่าจ้างสูงไม่ไหว ศึกษาหาทำเลเพื่อนบ้านที่ถูกกว่าไทย ใช้เครื่องจักรแทนคนงาน
นายริชาร์ด เดวิด ฮัน รองประธานกรรมการและประธานบริหารและหัวหน้าฝ่ายบริหาร บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA) เปิดเผยในที่ประชุมผู้ถือหุ้นว่า บริษัทยอมรับว่ากำลังศึกษาเรื่องการขยายการลงทุนใหม่ โดยพิจารณาจากค่าจ้างของประเทศเพื่อนบ้านซึ่งถูกกว่า หลังจากปีนี้บริษัทได้รับผลกระทบจากค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นถึง 25% สำหรับประเทศไทยและที่จีน 15%
“เรื่องนี้ต้องพิจารณาอย่างละเอียด และไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเราผลิตสินค้าไฮเทค สิ่งก่อสร้างรองรับกับการผลิตมีไม่เพียงพอ” นายฮัน กล่าว
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นบริษัทพร้อมเพิ่มการลงทุนในเครื่องจักรเพื่อมาทดแทน ซึ่งคาดว่าการลงทุนด้านเครื่องจักรจะเริ่มคุ้มทุนภายใน 3 ปีนี้
คู่แข่งของฮานาฯ ที่จีน มาเลเซียและฟิลิปปินส์ เจอปัญหาเรื่องค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ไทยเจอมากกว่าถึง 25% เราต้องใช้กลยุทธ์เพิ่มปริมาณการขาย หาลูกค้าใหม่ ขยายกำลังการผลิตไปยังโรงงานที่ จ.ลำพูน และเจียซิง ที่ประเทศจีนมากขึ้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการหารายได้และกำไรในปีนี้ให้สูงกว่าปีก่อนก็ตาม แม้ว่ากำลังซื้อในไตรมาสแรกยังไม่กลับมา คาดว่าจะเข้าสู่ปกติในไตรมาส 3
สำหรับการผลิตแผงวงจร IC โรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมไฮเทคที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่กำลังฟื้นฟูหลังน้ำท่วม คาดว่ากำลังการผลิตจะดำเนินการได้ถึง 60% ในกลางปีนี้ และจะถึง 80% ในสิ้นปีนี้
การผลิตที่โรงงานใน จ.ลำพูน ผลิตอุปกรณ์แบบระบบสัมผัสด้านรถยนต์ และการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ แล็ปท็อปมากขึ้นกว่าปีก่อน บริษัทอยู่ระหว่างการหาซื้อที่ดินทั้งหมด 25 ไร่ คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2556 ทำให้โรงงานใหม่มีพื้นที่ 2,500 ตารางเมตร หรือเพิ่มขึ้นอีก 2 เท่าของโรงงานปัจจุบันที่ จ.ลำพูน ส่วนโรงงานเจียซิงที่จีนก็จะมีการผลิตมากกว่าปีก่อน และสร้างรายได้ที่เป็นสถิติใหม่ได้อีก 1 ปี
ด้านรายได้ในครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรกมาก เนื่องจากบริษัทที่ผลิตชิ้นส่วนให้ 2 ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ คือ เวสเทิร์น ดิจิตอล และซีเกท จะกลับมาผลิตได้เต็มที่ในครึ่งปีหลังนี้ หลังประสบปัญหาน้ำท่วม และเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มดีขึ้น กำลังซื้อคนหนุ่มสาวเริ่มกลับมาใช้เงินในสินค้าไอทีมากขึ้น ขณะที่จีนมั่นใจว่าจะสามารถจัดการกับเรื่องเงินเฟ้อได้ แต่ที่ยุโรปยังไม่แน่นอน
สำหรับเงินประกันน้ำท่วม บริษัทได้รับเงินชดเชยมาแล้วประมาณ 300 ล้านบาท เมื่อเดือน ก.พ. และบันทึกในงบปี 2554 แล้ว ส่วนที่เหลือซึ่งรวมถึงการหยุดชะงักของกิจการด้วย จะได้มาในปลายปีนี้
อย่างไรก็ดี บริษัทไม่มีประกันน้ำท่วมแล้ว เนื่องจากค่าเบี้ยเพิ่มขึ้นถึง 400% และส่วนใหญ่ไม่คุ้มครองกรณีน้ำท่วม แต่บริษัทก็ได้ลงทุนทุกอย่างเพื่อป้องกัน โดยใช้เงินทั้งหมด 35-40 ล้านบาท
นายกุฎาธาร นาควิโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BIGC) เปิดเผยว่า บริษัทยังไม่มีแผนเพิ่มทุนในช่วง 12-18 เดือนนับจากนี้







