
อินเดียสนลงทุนไทยรับท่าเรือทวาย
อินเดียสนใจลงทุนทวาย เร่งผู้ประกอบกไทยพัฒนาพื้นที่ และระบบขนส่งเชื่อมโยง ด้านบีโอไอเตรียมเปิดสำนักงานที่มุมไบอย่างเป็นทางการ
อินเดียสนใจลงทุนทวาย เร่งผู้ประกอบกไทยพัฒนาพื้นที่ และระบบขนส่งเชื่อมโยง ด้านบีโอไอเตรียมเปิดสำนักงานที่มุมไบอย่างเป็นทางการ
ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการเข้าพบกับนายอนิล วาธวา เอกอัครราชทูตอินเดีย ประจำประเทศไทย ว่า อินเดียได้มาติดตามความคืบหน้าการขยายการลงทุนระหว่างไทยและอินเดีย โดยทางอินเดียให้ความสนใจแหล่งการลงทุนในทวายอย่างมาก จึงต้องการใช้ไทยเป็นฐานการผลิต และเชื่อมโยงการขนส่งผ่านท่าเรือทวาย และให้ผู้ประกอบการไทยเร่งพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งไทยอยู่ระหว่างการเตรียมแผนการลงทุนที่นักลงทุนอินเดียสนใจ รวมถึงจะเร่งพัฒนาระบบโลจิสติกส์จากกาญจนบุรีเชื่อมต่อไปยังพุน้ำร้อนและเข้าสู่ทวาย
ทั้งนี้ ทางอินเดียสนใจที่จะเข้าไปลงทุนในทวาย ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี น้ำมัน และอุตสาหกรรมเคมี ที่ทางอินเดียมีความเชี่ยวชาญ ซึ่งทางบริษัทปตท.ก็ได้รับสัมปะทานขุดเจาะน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติในอ่าวเมาะตามะหลายแปลงจึงเป็นแหล่งการลงทุนในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น ปิโตรเคมี เคมี ได้เป็นอย่างดี
“ประเทศไหนก็สนใจเข้าไปลงทุนในทวาย เพื่อใช้เป็นจุดเชื่อมต่อกับอาเซียน และเส้นทางจากท่าเรืออินเดียมาถึงทวาย ก็สั้นกว่าจากท่าเรืออินเดียไปถึงท่าเรือมะละกา ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งเดิม ดังนั้นไทยต้องเร่งเป็นตัวเชื่อมโยงทั้งดานการลงทุน และการขนส่งให้เชื่อมต่อกับทวาย” ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ กล่าว
ขณะเดียวกันสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จะดำเนินการเปิดสำนักงานส่งเสริมการลงทุนต่างประเทศ ที่เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย ตั้งแต่เดือนก.ค. 2555 และจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนส.ค. โดยจะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริม ชักจูงการลงทุนจากอินเดียมาประเทศไทย โดยที่ผ่านมาได้ไปหารือกับนักธุรกิจอินเดียในกลุ่มเคมี สิ่งทอ เหล็ก และยานยนต์ ที่สนใจเข้ามาลงทุนในเมืองไทยแล้ว
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างการเจรจาปรับปรุงข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-อินเดีย จะได้ข้อยุติกลางเดือน มิ.ย.2555 จะทำให้การค้าการลงทุน 2 ประเทศ เพิ่มมากขึ้น
สำหรับในช่วงไตรมาส 1 ปี 2555 ผู้ประกอบการอินเดียยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน 4 โครงการ มูลค่าการลงทุน 766 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่แล้วมี 6 โครงการ มูลค่า 255 ล้านบาท พบว่าจำนวนโครงการลดลงแต่มูลค่าการลงทุนสูงขึ้น ส่วนคำขอรับส่งเสริมการลงทุนตลอดปี 2554 มี 13 โครงการ มูลค่า 3,180 ล้านบาท
นายโชคดี แก้วแสง รองเลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการอินเดียสนใจเข้ามาลงทุนในกิจการเคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกลโลหะ เพิ่มขึ้นจากเดิมที่เข้ามาลงทุนสิ่งทอ ปิโตรเคมี โดยมูลค่าการลงทุนจากอินเดียมาไทยยังถือว่าน้อยแต่มีโอกาสที่จะขยายตัวได้มากขึ้น ซึ่งบีโอไอเตรียมจัดกิจกรรมชักจูงการลงทุน เช่น การเจรจาจับคู่ธุรกิจ การร่วมงานแสดงสินค้า การจัดสัมมนาชักจูงการลงทุน โดยในช่วงที่ยังไม่มีสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนที่เมืองมุมไบก็จะขอความร่วมมือสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำอินเดียช่วยดำเนินการ ซึ่งในเดือน พ.ค.2555 กระทรวงการต่างประเทศจะจัดสัมมนาการลงทุนที่อินเดียก็จะส่งผู้แทนบีโอไอไปร่วมชี้แจงโอกาสการลงทุนในไทยด้วย







