
ยูเซอรินยอดในไทยขึ้นแท่นอันดับ3โลก
ยูเซอริน เผยยอดขายสินค้าในไทยแซงหน้าสเปนขึ้นอันดับ3ของโลก รับเทรนด์วัยรุ่นดูแลผิวหน้า
ยูเซอริน เผยยอดขายสินค้าในไทยแซงหน้าสเปนขึ้นอันดับ3ของโลก รับเทรนด์วัยรุ่นดูแลผิวหน้า
น.ส.ทิพาภรณ์ อูนากูล ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจยูเซอริน(ประเทศไทย)บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ ผู้ทำตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวนีเวีย, ยูเซอริน เป็นต้น เปิดเผยว่าผลดำเนินการกลุ่มผลิตภัณฑ์ “ยูเซอริน”(Eucerin) ในประเทศไทยเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามียอดขายสูงเป็นอันดับ 3 ในการทำตลาดทั่วโลกแทนที่ประเทศสเปน ที่ถอยไปอยู่อันดับ 4 จากปัจจุบันอันดับ1 คือ สหรัฐอเมริกา และอันดับ2 คือ เยอรมันนี
ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการดำเนินการตลาดของบริษัท ภายใต้กลยุทธ์ด้านสินค้า เพื่อขยายฐานกลุ่มเป้าหมายใหม่ในตลาดดูแลผิวเวชสำอาง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุ 14-15 ปีที่หันมาดูแลผิวพรรณใบหน้ามากขึ้น รวมถึงพฤติกรรมการใส่ใจดูแลสุขภาพรอบด้าน และให้ความเชื่อถือในคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ หรือมืออาชีพด้านผิวพรรณมากขึ้น
ดังนั้นแผนดำเนินธุรกิจกลุ่มผลิตภัณฑ์ยูเซอรินในปี55 นี้ บริษัทจะมุ่งให้ความสำคัญใน2 ส่วนหลัก คือ การออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและขยายฐานกลุ่มเป้าหมายใหม่ และการพัฒนาสินค้ากลุ่มเดิมภายใต้สูตรใหม่ เพื่อรักษาฐานผู้บริโภคกลุ่มเดิม จากปัจจุบันผลิตภัณฑ์ยูเซอรินทำตลาดใน 2 ช่องทาง คือ 1.โรงพยาบาล สัดส่วน 18%-20% และ2.ช่องทางร้านขายยา สัดส่วนประมาณ 80%
พร้อมกันนี้ บริษัทจะยังมุ่งขยายบริการ “เมดิคอล ทรีตเมนต์” ภายในช่องทางขายยูเซอรินเพิ่มขึ้นในปีนี้อีก 25 จุด จากปัจจุบันเปิดให้บริการทั้งสิ้น 35 จุด ซึ่งเริ่มให้บริการตั้งแต่ปลายปี54 และได้ผลตอบรับดีจากกลุ่มผู้บริโภคที่สามารถเข้ามารับบริการได้ฟรีเมื่อซื้อสินค้าต่อใบเสร็จอยู่ที่ 2,500-3,500 บาท และยังผลักดันให้บริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้นอีก 35% ต่อจุดจำหน่ายที่ให้บริการดังกล่าวเมื่อเทียบกับจุดจำหน่ายปกติ
สำหรับในปี54 ที่ผ่านมาพบว่าผลิตภัณฑ์กลุ่มบำรุงผิวหน้าเป็นกลุ่มที่ทำรายได้สูงสุดกว่า 60% รองลงมาเป็น กลุ่มกันแดด ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย และผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชาย ตามลำดับ โดยในแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์ยูเซอริน ครองส่วนแบ่งสูงสุดและเป็นอันดับ1 โดยกลุ่มดูแลผิวกายส่วนแบ่งตลาด 80%, ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชาย 72% และผลิตภัณฑ์ลดเรือนริ้วรอย มีส่วนแบ่ง 70%
จากผลสำรวจของเอ.ซี.นีลเส็น ผู้วิจัยตลาด ระบุว่าปัจจุบันตลาดรวมเวชสำอางในปี54 มีมูลค่าราว 2,360 ล้านบาท เติบโต11% ลดลงจากเป้าเดิมที่วางไว้ 18% เนื่องจากการชะลอเติบโตในครึ่งปีแรก และครึ่งปีหลังจากภัยน้ำท่วม ส่วนในปี55 คาดตลาดรวมเติบโตเพิ่มขึ้น 20% และมีมูลค่าประมาณ 2,840 ล้านบาท โดยกลุ่มสินค้าดูแลผิวหน้า,ชะลอริ้วรอย, ควบคุมความมัน มีสัดส่วนรวมกันกว่า60%-70% กลุ่มกันแดด 10%-15% และกลุ่มผิวกาย 10%-15%
นอกจากนี้ยังพบว่าในเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มผลิตภัณฑ์กันแดดยูเซอริน มีอัตราเติบโตสูงถึง70% เป็นครั้งแรกในรอบ5ปี จากปกติในช่วงหน้าร้อนโต40-50% คาดเป็นผลมาจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดกว่าในปีก่อนๆ โดยบริษัทได้พัฒนาสินค้ากลุ่มกันแดดออกมารองรับผู้บริโภคทุกกลุ่มเป้าหมายและสภาพผิว ทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ที่หันมาดูแลผิวกายและผิวหน้าก่อนออกแดดมากขึ้น ปัจจุบันมีสินค้ากลุ่มกันแดดทั้งสิ้น 8 รายการ
สำหรับแผนตลาดในปีนี้ จะดำเนินการภายใต้แคมเปญใหญ่ “ยูเซอริน 111 ปี”ค้นหาผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ยูเซอรินจริงทั้ง111 คน และช่างถ่ายภาพมืออาชีพ 11 คน เพื่อถ่ายภาพบุคคลขาวดำ พร้อมจัดแสดงนิทรรศการในช่วงระหว่างวันที่ 1-7 พ.ค.นี้ เพื่อสร้างความใกล้ชิดกับผู้บริโภคชาวไทยมากขึ้น โดยในสิ้นปีนี้ยูเซอรินคาดมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น30%-35% และมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่ทเป็น59% จากปีก่อนอยู่ที่ 54.2%







