
7กูรูแจกโผ7หุ้นเด็ด
7 กูรู แจกโพยหุ้น 7 ตัว BGH-AP-STANLY-SPCG-SF-CPF-BANPU ซื้อลงทุนได้ทุกช่วง ทั้งสั้น-กลาง-ยาว ได้กำไรแน่นอน
7 กูรู แจกโพยหุ้น 7 ตัว BGH-AP-STANLY-SPCG-SF-CPF-BANPU ซื้อลงทุนได้ทุกช่วง ทั้งสั้น-กลาง-ยาว ได้กำไรแน่นอน
นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต เปิดเผยในงานสัมมนาหัวข้อ “เปิดโผหุ้นทำเงินจาก 7 นักวิเคราะห์ขวัญใจมหาชน” ที่จัดขึ้นในงานก้าวสู่ปีที่ 8 ของมันนี่ แชนแนล ว่าหุ้นที่แนะนำเป็นกลุ่มโรงพยาบาลที่มีความเหมาะสมในการลงทุนระยะยาว ซึ่งแนวโน้มราคาหุ้นทั้งสามตัวยังมีโอกาสปรับตัวขึ้น คือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) และบริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล (KH)
สำหรับ BGH มีโอกาสที่ชัดเจนกว่า เพราะอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เติบโตดี ตลาดต่างจังหวัดก็มีลูกค้ามาก ซึ่ง BGH มีโครงข่ายที่ขยายตัวจากบริษัทย่อยที่ถือหุ้นไขว้ไปมาหลายบริษัท
นายพิชัย กล่าวว่า BGH ยังมีการเติบโตที่ดีในอีก 3-4 ปีข้างหน้า เพราะอัตรากำไรขั้นต้นที่เติบโตเร็วหลังใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่ซื้อมา และเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน BGH เป็นโรงพยาบาลเดียวที่มีความพร้อมรองรับลูกค้าต่างชาติ โดยระยะสั้นแนะนำทยอยสะสมหุ้นได้เมื่อหุ้นปรับฐาน
ทั้งนี้ บล.ธนชาต ให้ราคาประเมินไว้ที่ 113 บาท และคาดว่าบริษัทต้องปรับเพิ่มประมาณการกำไรอีกครั้งจากก่อนหน้านี้ประเมินกำไรปีนี้โต 22% แต่ผู้บริหารมีการชี้แจงว่า บริษัทมีโอกาสเพิ่มทุนเพื่อเตรียมหุ้นสำหรับใช้ควบรวมกิจการ
น.ส.มยุรี โชวิกรานต์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) แนะนำบริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (AP) นอกจากความต้องการซื้อบ้านมีแนวโน้มที่ดีขึ้น บริษัทยังมียอดขายที่รอรับรู้รายได้ถึง 2.7 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะรับรู้ในปีนี้ถึง 75% ขณะที่ไตรมาสแรกมียอดขายถึง 29% ของเป้าหมายทั้งปีคาดว่ารายได้โตขึ้น 40% และกำไรพุ่งขึ้น 12% เป็น 294 ล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิทั้งปีอยู่ที่ 1,990 ล้านบาท เทียบจากปีก่อนที่ 1,500 ล้านบาท
“AP ยืนยันว่าจะไม่มีความจำเป็นออกวอร์แรนต์เหมือนที่มีข่าว ฉะนั้นนักลงทุนไม่ต้องกังวล ให้ราคาที่ 8.50 บาท” น.ส.มยุรี กล่าว
นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า บริษัทแนะนำกลุ่มยานยนต์ที่จะได้ประโยชน์จากที่ปีนี้จะมีการผลิตรถยนต์ถึง 2 ล้านคัน โดยเฉพาะบริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า (STANLY) ให้ราคา 242 บาท
นายกวี ชูกิจเกษม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย แนะนำหุ้นบริษัท บริษัท เอสพีซีจี (SPCG) ซึ่งสามารถลงทุนได้ทั้งในระยะยาว-กลาง-สั้น นักลงทุนระยะกลางจะเห็นผลลงทุนสิ้นปีนี้ คาดว่าทั้งปีจะมีกำไร 485 ล้านบาท พลิกจากปีก่อนที่ขาดทุน 12 ล้านบาท ส่วนปี 2556 จะมีกำไร 2,000 ล้านบาท
ขณะที่ระยะสั้นก็สามารถเข้าซื้อได้ โดยไตรมาสแรกคาดมีกำไร 34 ล้านบาท อีกทั้งยังเล่นตามกระแสที่ SPCG เตรียมย้ายขึ้นไปอยู่ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเดือน ก.ย.-ต.ค.นี้ บริษัทจะตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งแรก
“SPCG ถือเป็นหุ้นที่มีการเติบโตสูงปีนี้ ขณะที่ปีหน้าจะเริ่มเป็นหุ้นที่มีการจ่ายปันผลดี และปี 2557 จะเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานที่ดี ซึ่งให้ราคาที่ 19.80 บาท” นายกวี กล่าว
น.ส.อาภาภรณ์ แสวงพรรค ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) แนะนำบริษัท สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเมนท์ (SF) หลังประสบผลสำเร็จจากการขยายงานที่โครงการเมกาบางนา ซึ่งมีอัตราการเช่าของลูกค้าถึง 97% และยังแผนลงทุนแบบนี้อีก 1-2 แห่ง
“SF ถือเป็นหุ้นตัวหนึ่งที่มีรายได้ที่มั่นคงและในระยะสั้น บริษัทจะมีการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ใหม่เป็นมูลค่ายุติธรรม ซึ่งคาดว่าจะรับรู้เป็นรายได้ในไตรมาสแรกประมาณ 1,000 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานปีนี้จะก้าวกระโดด ให้ราคา 8.90 บาท” น.ส.อาภาภรณ์ กล่าว
นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัยลูกค้าบุคคล บล.บัวหลวง แนะนำบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ให้ราคา 44.50 บาท
นายณัฐวัฒน์ อ้นรัตน์ Senior Executive Vice President บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) แนะนำหุ้นบริษัท บ้านปู (BANPU) ให้ราคาเป้าหมาย 695 บาท เพราะราคายังถูกมากเมื่อเทียบกับเหมืองแร่ในภูมิภาคนี้ ขณะที่จีนยังมีความต้องการบริโภคถ่านหินในอัตราที่สูง







